• สสจ.พะเยา เร่งสอบปมคลิปฝังเข็ม หลังโซเชียลตั้งข้อสงสัยมาตรฐานความปลอดภัย

    สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา (สสจ.พะเยา) กำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคลิปวิดีโอการให้บริการฝังเข็มในพื้นที่จังหวัดพะเยา ซึ่งกำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับวิธีการฝังเข็ม ความสะอาดของอุปกรณ์ การป้องกันการติดเชื้อ และคุณสมบัติของผู้ให้บริการ ทำให้เกิดความกังวลต่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ

    ทาง สสจ.พะเยา ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบทั้งสถานที่จัดกิจกรรม การอนุญาต คุณสมบัติและใบอนุญาตของผู้ให้บริการ ขอบเขตการประกอบวิชาชีพ รวมถึงวิธีการให้บริการและมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างละเอียด นอกจากนี้ยังติดตามว่ามีผู้เข้ารับบริการรายใดได้รับผลกระทบหรือมีอาการผิดปกติภายหลังการฝังเข็มหรือไม่

    สสจ.พะเยา ย้ำว่าการฝังเข็มเป็นหัตถการที่ต้องดำเนินการโดยผู้มีความรู้ความสามารถและมีสิทธิตามกฎหมาย พร้อมปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความสะอาดและการควบคุมการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด จึงขอเตือนผู้ที่เคยเข้ารับบริการ หากมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือบวมแดง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และสำหรับประชาชน ควรตรวจสอบคุณสมบัติและใบอนุญาตของผู้ให้บริการ รวมถึงเลือกสถานที่ที่ได้รับอนุญาต เพื่อความปลอดภัย หากผลการตรวจสอบพบการกระทำผิดกฎหมาย จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10439912
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11685
    สสจ.พะเยา เร่งสอบปมคลิปฝังเข็ม หลังโซเชียลตั้งข้อสงสัยมาตรฐานความปลอดภัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา (สสจ.พะเยา) กำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคลิปวิดีโอการให้บริการฝังเข็มในพื้นที่จังหวัดพะเยา ซึ่งกำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับวิธีการฝังเข็ม ความสะอาดของอุปกรณ์ การป้องกันการติดเชื้อ และคุณสมบัติของผู้ให้บริการ ทำให้เกิดความกังวลต่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ ทาง สสจ.พะเยา ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบทั้งสถานที่จัดกิจกรรม การอนุญาต คุณสมบัติและใบอนุญาตของผู้ให้บริการ ขอบเขตการประกอบวิชาชีพ รวมถึงวิธีการให้บริการและมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างละเอียด นอกจากนี้ยังติดตามว่ามีผู้เข้ารับบริการรายใดได้รับผลกระทบหรือมีอาการผิดปกติภายหลังการฝังเข็มหรือไม่ สสจ.พะเยา ย้ำว่าการฝังเข็มเป็นหัตถการที่ต้องดำเนินการโดยผู้มีความรู้ความสามารถและมีสิทธิตามกฎหมาย พร้อมปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความสะอาดและการควบคุมการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด จึงขอเตือนผู้ที่เคยเข้ารับบริการ หากมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือบวมแดง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และสำหรับประชาชน ควรตรวจสอบคุณสมบัติและใบอนุญาตของผู้ให้บริการ รวมถึงเลือกสถานที่ที่ได้รับอนุญาต เพื่อความปลอดภัย หากผลการตรวจสอบพบการกระทำผิดกฎหมาย จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10439912 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11685
    0 Comments 0 Shares 113 Views 0 Reviews
  • พบแล้ว หนุ่ม 31 หลงป่านาน 3 วัน เจ้าหน้าที่ระดมค้นหา พบสภาพบาดเจ็บ อิดโรย หิวโซ

    เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ระดมกำลังค้นหาและช่วยเหลือชายวัย 31 ปี ที่พลัดหลงในป่าดอยช้างมานาน 3 วัน โดยพบตัวเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ในสภาพอ่อนแรง บาดเจ็บ และหิวโซ ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลแม่สะเรียงเพื่อรับการรักษาพยาบาลต่อไป

    เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ชายคนดังกล่าวได้เดินทางเข้าป่าบริเวณดอยช้าง หลังโรงเรียนอนุบาลธารทิพย์ พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน แต่เกิดพลัดหลงกันระหว่างทาง ทำให้เพื่อนสามารถกลับออกมาจากป่าได้และแจ้งให้ญาติทราบ ก่อนจะมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามค้นหาผู้สูญหาย

    นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอแม่สะเรียง บูรณาการกำลังร่วมกับสถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง ทหารพราน 36 กู้ชีพกู้ภัยแม่สะเรียง กำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านบ้านห้วยโผ ลงพื้นที่ระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่องในบริเวณป่าบ้านโป่งดอยช้าง หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านกาศ

    ความร่วมมือของทุกฝ่ายนำไปสู่การพบตัวผู้สูญหายในพื้นที่ป่าไผ่ ใกล้เสาส่งสัญญาณสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 บ้านโป่งดอยช้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่สะเรียงได้อย่างปลอดภัย การปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างทันท่วงที

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10440148
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11687
    พบแล้ว หนุ่ม 31 หลงป่านาน 3 วัน เจ้าหน้าที่ระดมค้นหา พบสภาพบาดเจ็บ อิดโรย หิวโซ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ระดมกำลังค้นหาและช่วยเหลือชายวัย 31 ปี ที่พลัดหลงในป่าดอยช้างมานาน 3 วัน โดยพบตัวเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ในสภาพอ่อนแรง บาดเจ็บ และหิวโซ ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลแม่สะเรียงเพื่อรับการรักษาพยาบาลต่อไป เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ชายคนดังกล่าวได้เดินทางเข้าป่าบริเวณดอยช้าง หลังโรงเรียนอนุบาลธารทิพย์ พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน แต่เกิดพลัดหลงกันระหว่างทาง ทำให้เพื่อนสามารถกลับออกมาจากป่าได้และแจ้งให้ญาติทราบ ก่อนจะมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามค้นหาผู้สูญหาย นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอแม่สะเรียง บูรณาการกำลังร่วมกับสถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง ทหารพราน 36 กู้ชีพกู้ภัยแม่สะเรียง กำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านบ้านห้วยโผ ลงพื้นที่ระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่องในบริเวณป่าบ้านโป่งดอยช้าง หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านกาศ ความร่วมมือของทุกฝ่ายนำไปสู่การพบตัวผู้สูญหายในพื้นที่ป่าไผ่ ใกล้เสาส่งสัญญาณสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 บ้านโป่งดอยช้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่สะเรียงได้อย่างปลอดภัย การปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างทันท่วงที เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10440148 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11687
    0 Comments 0 Shares 126 Views 0 Reviews
  • น้ำใจช้างป่าช่วยเหลือคนน้ำท่วมจังหวัดน่าน(ไม่เป็นความจริง) (คลิป)

    • ข้อเท็จจริงเรื่องช้างกับน้ำท่วม: ในช่วงที่เกิดอุทกภัย มักมีกระแสข่าวหรือภาพสัตว์ป่า/ช้างบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่า เช่น กรณีช้างในปางช้างที่เชียงใหม่ หรือข่าวช้างป่าเดินเข้าใกล้ชุมชน แต่ไม่มีรายงานทางราชการหรือสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือยืนยันว่ามีช้างป่าลงไปช่วยคนจมน้ำ

    เครดิตภาพประกอบ: TikTok: รปภ.ขอร้อง (นพ หนองกู) (@nopnonggu) | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: TikTok: รปภ.ขอร้อง (นพ หนองกู) (@nopnonggu) https://www.tiktok.com/@nopnonggu/video/7676289550745963797
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา
    เครดิตคลิป: TikTok: รปภ.ขอร้อง (นพ หนองกู) (@nopnonggu)
    เผยแพร่คลิปต้นฉบับ: 21/08/2026 08:24 น. (เวลาไทย)

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11689
    น้ำใจช้างป่าช่วยเหลือคนน้ำท่วมจังหวัดน่าน(ไม่เป็นความจริง) (คลิป) • ข้อเท็จจริงเรื่องช้างกับน้ำท่วม: ในช่วงที่เกิดอุทกภัย มักมีกระแสข่าวหรือภาพสัตว์ป่า/ช้างบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่า เช่น กรณีช้างในปางช้างที่เชียงใหม่ หรือข่าวช้างป่าเดินเข้าใกล้ชุมชน แต่ไม่มีรายงานทางราชการหรือสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือยืนยันว่ามีช้างป่าลงไปช่วยคนจมน้ำ เครดิตภาพประกอบ: TikTok: รปภ.ขอร้อง (นพ หนองกู) (@nopnonggu) | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: TikTok: รปภ.ขอร้อง (นพ หนองกู) (@nopnonggu) https://www.tiktok.com/@nopnonggu/video/7676289550745963797 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา เครดิตคลิป: TikTok: รปภ.ขอร้อง (นพ หนองกู) (@nopnonggu) เผยแพร่คลิปต้นฉบับ: 21/08/2026 08:24 น. (เวลาไทย) อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11689
    0 Comments 0 Shares 108 Views 1 0 Reviews
  • ตำรวจบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน รับน้องใหม่สุดแปลก (คลิป)

    ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง รับน้องใหม่ที่เข้ามาเป็นตำรวจใหม่ในพื้นที่ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

    เครดิตภาพประกอบ: สถานีตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: สถานีตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง https://www.facebook.com/reel/1990547254950864
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา
    เครดิตคลิป: สถานีตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง
    เผยแพร่คลิปต้นฉบับ: 16/10/2026 19:09 น. (เวลาไทย)

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11711
    ตำรวจบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน รับน้องใหม่สุดแปลก (คลิป) ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง รับน้องใหม่ที่เข้ามาเป็นตำรวจใหม่ในพื้นที่ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เครดิตภาพประกอบ: สถานีตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: สถานีตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง https://www.facebook.com/reel/1990547254950864 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา เครดิตคลิป: สถานีตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง เผยแพร่คลิปต้นฉบับ: 16/10/2026 19:09 น. (เวลาไทย) อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11711
    0 Comments 0 Shares 119 Views 0 0 Reviews
  • ตำรวจไซเบอร์รวบเจ้าของเพจหลอกขายบัตรขูดหลวงปู่ศิลา อ้างปลุกเสก มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท คาบ้านพักที่พะเยา

    ตำรวจไซเบอร์ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาในคดีหลอกลวงประชาชนผ่านเพจเฟซบุ๊ก “บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3” ซึ่งอ้างว่าจำหน่ายบัตรมงคลรูปหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ที่ผ่านการปลุกเสก เพื่อใช้ขูดลุ้นโชครางวัลต่างๆ เช่น หวยใต้ดิน โดยมีการนำภาพหลวงปู่ศิลา วัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์ มาแอบอ้าง ทำให้ประชาชนหลงเชื่อและได้รับความเสียหาย

    จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น 2 จุดในกรุงเทพมหานคร โดยจุดแรกจับกุม น.ส.วิลาวัลย์ อายุ 27 ปี และ น.ส.พานทอง อายุ 20 ปี แอดมินเพจ พร้อมยึดของกลางหลายรายการ อาทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และบัตรขูดหลวงปู่ศิลาจำนวนมาก

    ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายวทัญญู อายุ 36 ปี เจ้าของเพจและกรรมการบริษัท ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลดงสุวรรณ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา พร้อมยึดบัญชีธนาคารที่ใช้ในการกระทำความผิด จากการตรวจสอบพบว่าเพจดังกล่าวมีรายได้จากการจำหน่ายบัตรขูดมานานกว่า 3 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท

    เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอันเป็นปกติธุระ นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ร่วมกันหรือสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, หมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10440746
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11715
    ตำรวจไซเบอร์รวบเจ้าของเพจหลอกขายบัตรขูดหลวงปู่ศิลา อ้างปลุกเสก มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท คาบ้านพักที่พะเยา ตำรวจไซเบอร์ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาในคดีหลอกลวงประชาชนผ่านเพจเฟซบุ๊ก “บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3” ซึ่งอ้างว่าจำหน่ายบัตรมงคลรูปหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ที่ผ่านการปลุกเสก เพื่อใช้ขูดลุ้นโชครางวัลต่างๆ เช่น หวยใต้ดิน โดยมีการนำภาพหลวงปู่ศิลา วัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์ มาแอบอ้าง ทำให้ประชาชนหลงเชื่อและได้รับความเสียหาย จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น 2 จุดในกรุงเทพมหานคร โดยจุดแรกจับกุม น.ส.วิลาวัลย์ อายุ 27 ปี และ น.ส.พานทอง อายุ 20 ปี แอดมินเพจ พร้อมยึดของกลางหลายรายการ อาทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และบัตรขูดหลวงปู่ศิลาจำนวนมาก ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายวทัญญู อายุ 36 ปี เจ้าของเพจและกรรมการบริษัท ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลดงสุวรรณ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา พร้อมยึดบัญชีธนาคารที่ใช้ในการกระทำความผิด จากการตรวจสอบพบว่าเพจดังกล่าวมีรายได้จากการจำหน่ายบัตรขูดมานานกว่า 3 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอันเป็นปกติธุระ นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ร่วมกันหรือสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, หมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10440746 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11715
    0 Comments 0 Shares 140 Views 0 Reviews
  • สภ.ช้างเผือก เชียงใหม่ เปิดตัว 'ป้อมลอยฟ้า' นวัตกรรมเฝ้าระวัง 360 องศา เพิ่มความปลอดภัยประชาชน

    สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดตัว “ป้อมลอยฟ้า” หรือ “Police Tower” ซึ่งเป็นหอสังเกตการณ์เคลื่อนที่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยของประชาชน ป้อมดังกล่าวมีมุมมองครอบคลุมรอบทิศทาง 360 องศา ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถสังเกตการณ์ภาพรวมและเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

    แนวคิดในการพัฒนา “ป้อมลอยฟ้า” นี้เริ่มต้นจากการศึกษาดูงานในต่างประเทศของ พ.ต.ท.พชร พยัคฆา รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.ช้างเผือก ที่เล็งเห็นถึงประโยชน์ของหอสังเกตการณ์เคลื่อนที่ในการรักษาความปลอดภัย จึงได้นำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทการปฏิบัติงานในประเทศไทย โดยร่วมกับ พ.ต.ท.ฐณัฐน์ ปัดเป่า สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ช้างเผือก และทีมงาน ระดมความคิดและพัฒนาจนเกิดเป็นนวัตกรรมนี้ขึ้น

    การมีป้อมลอยฟ้าช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประสานกำลังภาคพื้นเข้าตรวจสอบหรือระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยป้อมดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้ในภารกิจดูแลความปลอดภัยงาน Freedom 250 American Fair Chiang Mai 2026 ณ สวนสาธารณะองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10440807
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11717
    สภ.ช้างเผือก เชียงใหม่ เปิดตัว 'ป้อมลอยฟ้า' นวัตกรรมเฝ้าระวัง 360 องศา เพิ่มความปลอดภัยประชาชน สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดตัว “ป้อมลอยฟ้า” หรือ “Police Tower” ซึ่งเป็นหอสังเกตการณ์เคลื่อนที่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยของประชาชน ป้อมดังกล่าวมีมุมมองครอบคลุมรอบทิศทาง 360 องศา ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถสังเกตการณ์ภาพรวมและเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว แนวคิดในการพัฒนา “ป้อมลอยฟ้า” นี้เริ่มต้นจากการศึกษาดูงานในต่างประเทศของ พ.ต.ท.พชร พยัคฆา รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.ช้างเผือก ที่เล็งเห็นถึงประโยชน์ของหอสังเกตการณ์เคลื่อนที่ในการรักษาความปลอดภัย จึงได้นำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทการปฏิบัติงานในประเทศไทย โดยร่วมกับ พ.ต.ท.ฐณัฐน์ ปัดเป่า สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ช้างเผือก และทีมงาน ระดมความคิดและพัฒนาจนเกิดเป็นนวัตกรรมนี้ขึ้น การมีป้อมลอยฟ้าช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประสานกำลังภาคพื้นเข้าตรวจสอบหรือระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยป้อมดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้ในภารกิจดูแลความปลอดภัยงาน Freedom 250 American Fair Chiang Mai 2026 ณ สวนสาธารณะองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10440807 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11717
    0 Comments 0 Shares 139 Views 0 Reviews
  • คลิปซิ่ง ”ล้อเดียวไฟฟ้า“ หรือ Electric Unicycle ลงจากดอยสุเทพ เชียงใหม่ (คลิป)

    ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปขณะขับขี่ "ล้อเดียวไฟฟ้า" หรือ Electric Unicycle ลงจากดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมข้อความระบุถึง "คู่หูดูโอ้ต่างวัย" คลิปดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสมและอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงการกระทำดังกล่าวยังถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากล้อเดียวไฟฟ้าไม่สามารถจดทะเบียนและไม่สามารถวิ่งบนถนนเส้นหลักได้ ซึ่งมีโทษปรับ 10,000 บาท

    เครดิตภาพประกอบ: MGROnline Live | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: MGROnline Live https://www.facebook.com/reel/1081408898055367
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา
    เครดิตคลิป: MGROnline Live
    เผยแพร่คลิปต้นฉบับ: 19/10/2026 11:31 น. (เวลาไทย)

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11773
    คลิปซิ่ง ”ล้อเดียวไฟฟ้า“ หรือ Electric Unicycle ลงจากดอยสุเทพ เชียงใหม่ (คลิป) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปขณะขับขี่ "ล้อเดียวไฟฟ้า" หรือ Electric Unicycle ลงจากดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมข้อความระบุถึง "คู่หูดูโอ้ต่างวัย" คลิปดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสมและอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงการกระทำดังกล่าวยังถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากล้อเดียวไฟฟ้าไม่สามารถจดทะเบียนและไม่สามารถวิ่งบนถนนเส้นหลักได้ ซึ่งมีโทษปรับ 10,000 บาท เครดิตภาพประกอบ: MGROnline Live | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: MGROnline Live https://www.facebook.com/reel/1081408898055367 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา เครดิตคลิป: MGROnline Live เผยแพร่คลิปต้นฉบับ: 19/10/2026 11:31 น. (เวลาไทย) อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11773
    0 Comments 0 Shares 112 Views 0 0 Reviews
  • เห็นแล้วใจหาย ขับรถผ่านระวังกันนะคะ (คลิป)

    ผู้ใช้โซเชียลโพสต์คลิปเหตุการณ์บริเวณวงเวียนใหม่ แยกสันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 19 ต.ค. 69 เพื่อเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณวงเวียนใหม่ ขอให้ชะลอความเร็ว สังเกตป้ายและทิศทางการจราจรให้ดี อย่าประมาทเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

    เครดิตภาพประกอบ: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ https://www.facebook.com/reel/1754672348941881
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา
    เครดิตคลิป: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่
    เผยแพร่คลิปต้นฉบับ: 20/10/2026 06:26 น. (เวลาไทย)

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11775
    เห็นแล้วใจหาย ขับรถผ่านระวังกันนะคะ (คลิป) ผู้ใช้โซเชียลโพสต์คลิปเหตุการณ์บริเวณวงเวียนใหม่ แยกสันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 19 ต.ค. 69 เพื่อเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณวงเวียนใหม่ ขอให้ชะลอความเร็ว สังเกตป้ายและทิศทางการจราจรให้ดี อย่าประมาทเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง เครดิตภาพประกอบ: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ https://www.facebook.com/reel/1754672348941881 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา เครดิตคลิป: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ เผยแพร่คลิปต้นฉบับ: 20/10/2026 06:26 น. (เวลาไทย) อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11775
    0 Comments 0 Shares 116 Views 0 0 Reviews
  • เพลิงไหม้บ้านร้างที่พะเยา เจ้าของเสียชีวิตกว่า 3 ปี ไร้ไฟฟ้า-น้ำประปา ชาวบ้านสงสัยสาเหตุ

    เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี ในพื้นที่หมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลดงเจน ได้รับแจ้งเหตุและประสานรถดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้วเข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน

    เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ซึ่งเพลิงได้ลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในที่สุด จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังจากเจ้าของบ้านเสียชีวิตลง และลูกหลานได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ที่สำคัญคือบ้านหลังนี้ไม่มีระบบไฟฟ้าและน้ำประปา

    เหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้สร้างความประหลาดใจและข้อสงสัยให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นบ้านร้างที่ไม่มีการใช้ไฟฟ้าหรือน้ำประปา จึงเป็นปริศนาว่าเพลิงไหม้เกิดขึ้นได้อย่างไรในช่วงกลางดึก ทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันสาเหตุที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อคลี่คลายปริศนาของเหตุเพลิงไหม้บ้านร้างในครั้งนี้ต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10444787
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11785
    เพลิงไหม้บ้านร้างที่พะเยา เจ้าของเสียชีวิตกว่า 3 ปี ไร้ไฟฟ้า-น้ำประปา ชาวบ้านสงสัยสาเหตุ เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี ในพื้นที่หมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลดงเจน ได้รับแจ้งเหตุและประสานรถดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้วเข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ซึ่งเพลิงได้ลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในที่สุด จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังจากเจ้าของบ้านเสียชีวิตลง และลูกหลานได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ที่สำคัญคือบ้านหลังนี้ไม่มีระบบไฟฟ้าและน้ำประปา เหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้สร้างความประหลาดใจและข้อสงสัยให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นบ้านร้างที่ไม่มีการใช้ไฟฟ้าหรือน้ำประปา จึงเป็นปริศนาว่าเพลิงไหม้เกิดขึ้นได้อย่างไรในช่วงกลางดึก ทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันสาเหตุที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อคลี่คลายปริศนาของเหตุเพลิงไหม้บ้านร้างในครั้งนี้ต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10444787 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11785
    0 Comments 0 Shares 109 Views 0 Reviews
  • เตือนภัย! ชายกลางคนก่อพฤติกรรมอนาจารหน้าห้างดังเชียงใหม่ จ้องนักท่องเที่ยวสาวก่อนสำเร็จความใคร่ในที่สาธารณะ

    รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งเตือนภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว หลังมีผู้พบเห็นชายกลางคนก่อพฤติกรรมอนาจารในที่สาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.30 น. บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอเพื่อเตือนภัยถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้

    ชายคนดังกล่าวซึ่งมีอายุประมาณ 40 ปีกลางๆ ได้นั่งอยู่ข้างทางที่มีนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา ก่อนจะจ้องมองกลุ่มนักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติ จากนั้นได้ล้วงมือเข้าไปในกางเกงและแสดงพฤติกรรมคล้ายสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองในที่สาธารณะอย่างไม่สนใจผู้คนรอบข้าง หลังจากก่อเหตุ ชายคนนี้ได้ล้มตัวลงนอนหลับอยู่บริเวณเดิม

    ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของห้างสรรพสินค้า และประชาชนในบริเวณใกล้เคียงให้รับทราบเรื่องทันที พร้อมทั้งประสานให้ รปภ. เข้าไปดูแลและพูดคุยอธิบายสถานการณ์กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพื่อความปลอดภัยและความอุ่นใจ นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์เตือนภัยให้ผู้ที่ต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมในบริเวณดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวังและช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อความปลอดภัยของทุกคน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างถิ่น

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000101525
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11794
    เตือนภัย! ชายกลางคนก่อพฤติกรรมอนาจารหน้าห้างดังเชียงใหม่ จ้องนักท่องเที่ยวสาวก่อนสำเร็จความใคร่ในที่สาธารณะ รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งเตือนภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว หลังมีผู้พบเห็นชายกลางคนก่อพฤติกรรมอนาจารในที่สาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.30 น. บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอเพื่อเตือนภัยถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้ ชายคนดังกล่าวซึ่งมีอายุประมาณ 40 ปีกลางๆ ได้นั่งอยู่ข้างทางที่มีนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา ก่อนจะจ้องมองกลุ่มนักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติ จากนั้นได้ล้วงมือเข้าไปในกางเกงและแสดงพฤติกรรมคล้ายสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองในที่สาธารณะอย่างไม่สนใจผู้คนรอบข้าง หลังจากก่อเหตุ ชายคนนี้ได้ล้มตัวลงนอนหลับอยู่บริเวณเดิม ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของห้างสรรพสินค้า และประชาชนในบริเวณใกล้เคียงให้รับทราบเรื่องทันที พร้อมทั้งประสานให้ รปภ. เข้าไปดูแลและพูดคุยอธิบายสถานการณ์กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพื่อความปลอดภัยและความอุ่นใจ นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์เตือนภัยให้ผู้ที่ต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมในบริเวณดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวังและช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อความปลอดภัยของทุกคน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างถิ่น เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000101525 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11794
    0 Comments 0 Shares 112 Views 0 Reviews