• อดีตพนักงานการไฟฟ้าวัย 60 ปี ดื่มฉลองออกพรรษา ขี่ จยย.ล้มหน้าทิ่มโคลนเสียชีวิตที่แพร่

    เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569 เวลาประมาณ 12.30 น. เกิดเหตุสลดที่จังหวัดแพร่ ร.ต.อ.ศรีไพร สัจจะนรพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยม้า ได้รับแจ้งจากกำนันตำบลบ้านถิ่นว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม บริเวณถนนลูกรังสายทุ่งข้าวเม่า หมู่ 3 ต.บ้านถิ่น อ.เมืองแพร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกู้ชีพได้รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

    ผู้เสียชีวิตคือ นายธีรยุทธ ฟูฟอง อายุ 60 ปี อดีตพนักงานการไฟฟ้าที่เพิ่งเกษียณอายุไม่ถึงเดือน นายภาสกร หม้อกรอง กำนันตำบลบ้านถิ่น ให้ข้อมูลว่า นายธีรยุทธได้ร่วมฉลองออกพรรษากับกลุ่มเพื่อนตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนจะขอตัวกลับบ้านเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. และมาประสบเหตุบนถนนลูกรังดังกล่าว

    ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียนแพร่ และร่องรอยการไถลของรถบนพื้นถนน ผู้เสียชีวิตมีบาดแผลเล็กน้อยที่ศีรษะ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าขณะรถแฉลบล้ม ผู้เสียชีวิตไม่ได้สวมหมวกนิรภัย ทำให้ใบหน้าจมลงในแอ่งโคลนที่มีน้ำขังจนเสียชีวิต

    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานแพทย์จากโรงพยาบาลแพร่เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว จะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ส่วนสาเหตุและรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451840
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11948
    อดีตพนักงานการไฟฟ้าวัย 60 ปี ดื่มฉลองออกพรรษา ขี่ จยย.ล้มหน้าทิ่มโคลนเสียชีวิตที่แพร่ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569 เวลาประมาณ 12.30 น. เกิดเหตุสลดที่จังหวัดแพร่ ร.ต.อ.ศรีไพร สัจจะนรพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยม้า ได้รับแจ้งจากกำนันตำบลบ้านถิ่นว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม บริเวณถนนลูกรังสายทุ่งข้าวเม่า หมู่ 3 ต.บ้านถิ่น อ.เมืองแพร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกู้ชีพได้รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตคือ นายธีรยุทธ ฟูฟอง อายุ 60 ปี อดีตพนักงานการไฟฟ้าที่เพิ่งเกษียณอายุไม่ถึงเดือน นายภาสกร หม้อกรอง กำนันตำบลบ้านถิ่น ให้ข้อมูลว่า นายธีรยุทธได้ร่วมฉลองออกพรรษากับกลุ่มเพื่อนตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนจะขอตัวกลับบ้านเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. และมาประสบเหตุบนถนนลูกรังดังกล่าว ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียนแพร่ และร่องรอยการไถลของรถบนพื้นถนน ผู้เสียชีวิตมีบาดแผลเล็กน้อยที่ศีรษะ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าขณะรถแฉลบล้ม ผู้เสียชีวิตไม่ได้สวมหมวกนิรภัย ทำให้ใบหน้าจมลงในแอ่งโคลนที่มีน้ำขังจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานแพทย์จากโรงพยาบาลแพร่เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว จะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ส่วนสาเหตุและรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451840 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11948
    0 Σχόλια 0 Μοιράστηκε 133 Views 0 Προεπισκόπηση
  • นักมวยดัง “เงาพยัคฆ์” ถูก 2 ชายฉกรรจ์รุมทำร้ายสาหัสกลางเมืองเชียงใหม่ วอนพลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแส

    นักมวยไทยชื่อดัง “เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง” หรือ นายอนุชา ไพศาลพนา อายุ 27 ปี ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ หลังถูกชายฉกรรจ์ 2 คน รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 20.15 น. บริเวณจุดกลับรถใกล้โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ขณะที่นายอนุชานั่งอยู่ในรถยนต์ของตนเอง

    ผู้ก่อเหตุขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ปาดหน้าและจอดขวางทาง ก่อนที่ชายทั้งสองจะลงมารุมทำร้ายอย่างรวดเร็ว นายอนุชาระบุว่าไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน คาดว่าสาเหตุอาจมาจากความไม่พอใจเรื่องการขับรถ อาการบาดเจ็บของนายอนุชาประกอบด้วย บาดแผลแตกบริเวณหน้าผากต้องเย็บ 5 เข็ม ปากแตกเย็บ 4 เข็ม และฟันหน้าหัก 1 ซี่ อีก 1 ซี่มีอาการโยก ทำให้ยังไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

    ขณะนี้ผู้เสียหายได้ประสานขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ครอบครัวและญาติได้โพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย วอนประชาชนที่มีกล้องหน้ารถบันทึกภาพเหตุการณ์ หรือเห็นรายละเอียดรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ รวมถึงป้ายทะเบียน ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ช่วยแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10452260
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11951
    นักมวยดัง “เงาพยัคฆ์” ถูก 2 ชายฉกรรจ์รุมทำร้ายสาหัสกลางเมืองเชียงใหม่ วอนพลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแส นักมวยไทยชื่อดัง “เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง” หรือ นายอนุชา ไพศาลพนา อายุ 27 ปี ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ หลังถูกชายฉกรรจ์ 2 คน รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 20.15 น. บริเวณจุดกลับรถใกล้โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ขณะที่นายอนุชานั่งอยู่ในรถยนต์ของตนเอง ผู้ก่อเหตุขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ปาดหน้าและจอดขวางทาง ก่อนที่ชายทั้งสองจะลงมารุมทำร้ายอย่างรวดเร็ว นายอนุชาระบุว่าไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน คาดว่าสาเหตุอาจมาจากความไม่พอใจเรื่องการขับรถ อาการบาดเจ็บของนายอนุชาประกอบด้วย บาดแผลแตกบริเวณหน้าผากต้องเย็บ 5 เข็ม ปากแตกเย็บ 4 เข็ม และฟันหน้าหัก 1 ซี่ อีก 1 ซี่มีอาการโยก ทำให้ยังไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ขณะนี้ผู้เสียหายได้ประสานขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ครอบครัวและญาติได้โพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย วอนประชาชนที่มีกล้องหน้ารถบันทึกภาพเหตุการณ์ หรือเห็นรายละเอียดรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ รวมถึงป้ายทะเบียน ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ช่วยแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10452260 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11951
    0 Σχόλια 0 Μοιράστηκε 126 Views 0 Προεπισκόπηση
  • ทหารม้าปะทะขบวนขนยาเสพติดริมแม่น้ำรวก ชายแดนเชียงราย ยึดไอซ์กว่า 260 กิโลกรัม

    เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ม.4 ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ได้เกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำรวก ชายแดนไทย-เมียนมา ในพื้นที่บ้านศรีชัยภูมิ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยกำลังลำเลียงวัตถุบางอย่างข้ามแม่น้ำรวก และได้แสดงตัวขอตรวจค้น แต่กลุ่มคนร้ายกลับใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการปะทะกันนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้

    หลังเหตุปะทะ เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย และเมื่อฟ้าเริ่มสว่างในเวลาประมาณ 06.20 น. ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 7 ใบ ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ายาไอซ์ทั้งหมดมีน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 261.5 กิโลกรัม

    เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดยาไอซ์ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ถือเป็นการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดล็อตใหญ่เข้าสู่ประเทศไทยได้อีกครั้ง

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103508
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11953
    ทหารม้าปะทะขบวนขนยาเสพติดริมแม่น้ำรวก ชายแดนเชียงราย ยึดไอซ์กว่า 260 กิโลกรัม เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ม.4 ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ได้เกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำรวก ชายแดนไทย-เมียนมา ในพื้นที่บ้านศรีชัยภูมิ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยกำลังลำเลียงวัตถุบางอย่างข้ามแม่น้ำรวก และได้แสดงตัวขอตรวจค้น แต่กลุ่มคนร้ายกลับใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการปะทะกันนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ หลังเหตุปะทะ เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย และเมื่อฟ้าเริ่มสว่างในเวลาประมาณ 06.20 น. ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 7 ใบ ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ายาไอซ์ทั้งหมดมีน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 261.5 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดยาไอซ์ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ถือเป็นการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดล็อตใหญ่เข้าสู่ประเทศไทยได้อีกครั้ง เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103508 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11953
    0 Σχόλια 0 Μοιράστηκε 121 Views 0 Προεπισκόπηση
  • ศุลกากรแม่สายรวบหนุ่มเมียนมา ขนเงินสดกว่า 3.5 ล้านบาทเข้าไทยผิดกฎหมาย

    เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ร่วมกับส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3, ทหาร ร้อย ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก, ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.เชียงราย, ตำรวจ สภ.แม่สาย และฝ่ายปกครอง อ.แม่สาย ได้ร่วมกันจับกุมชายชาวเมียนมา อายุ 21 ปี พร้อมของกลางเงินสดจำนวนมาก เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ชายคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์สะพายกระเป๋าข้ามสะพานแม่น้ำสายแห่งที่ 1 จากฝั่งเมียนมาเข้าสู่ฝั่งไทย

    เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพิรุธจึงขอตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ พบธนบัตรไทยจำนวนมาก ประกอบด้วยแบงก์พัน 3,560 ฉบับ, แบงก์ 500 บาท 7 ฉบับ, แบงก์ 100 บาท 61 ฉบับ และแบงก์ 20 บาท 132 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,572,240 บาท

    การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีและขยายผลตามกฎหมายต่อไป.

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103506
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11955
    ศุลกากรแม่สายรวบหนุ่มเมียนมา ขนเงินสดกว่า 3.5 ล้านบาทเข้าไทยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ร่วมกับส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3, ทหาร ร้อย ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก, ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.เชียงราย, ตำรวจ สภ.แม่สาย และฝ่ายปกครอง อ.แม่สาย ได้ร่วมกันจับกุมชายชาวเมียนมา อายุ 21 ปี พร้อมของกลางเงินสดจำนวนมาก เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ชายคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์สะพายกระเป๋าข้ามสะพานแม่น้ำสายแห่งที่ 1 จากฝั่งเมียนมาเข้าสู่ฝั่งไทย เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพิรุธจึงขอตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ พบธนบัตรไทยจำนวนมาก ประกอบด้วยแบงก์พัน 3,560 ฉบับ, แบงก์ 500 บาท 7 ฉบับ, แบงก์ 100 บาท 61 ฉบับ และแบงก์ 20 บาท 132 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,572,240 บาท การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีและขยายผลตามกฎหมายต่อไป. เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103506 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11955
    0 Σχόλια 0 Μοιράστηκε 124 Views 0 Προεπισκόπηση
  • รวบหนุ่มขนยาบ้า 6.4 ล้านเม็ด มูลค่า 200 ล้านบาท สารภาพลำเลียงจากเชียงใหม่-เชียงราย

    ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) แถลงผลการจับกุมนายทศ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 6,472,000 เม็ด มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่ริมถนนหมายเลข 1 อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ การจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลจากข้อมูลสายลับที่แจ้งว่ามีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมากับสินค้าเกษตร

    พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า เครือข่ายยาเสพติดนี้ลำเลียงยาบ้ามาจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะอำเภอเชียงดาวและอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดเชียงราย ซึ่งนำมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะขนส่งด้วยรถบรรทุก 10 ล้อ เพื่อนำไปกระจายต่อในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เจ้าหน้าที่ได้สะกดรอยติดตามรถบรรทุกต้องสงสัย กระทั่งพบจอดอยู่ข้างทางในจังหวัดนครสวรรค์ และเข้าตรวจค้นพบนายทศเป็นผู้ขับขี่ พร้อมยาบ้าจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ใต้กองข้าวโพดเพื่ออำพรางการตรวจค้น นายทศให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้าง 2 แสนบาท และเคยต้องโทษคดีเสพยาเสพติดมาก่อน เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10452894
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11960
    รวบหนุ่มขนยาบ้า 6.4 ล้านเม็ด มูลค่า 200 ล้านบาท สารภาพลำเลียงจากเชียงใหม่-เชียงราย ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) แถลงผลการจับกุมนายทศ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 6,472,000 เม็ด มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่ริมถนนหมายเลข 1 อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ การจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลจากข้อมูลสายลับที่แจ้งว่ามีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมากับสินค้าเกษตร พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า เครือข่ายยาเสพติดนี้ลำเลียงยาบ้ามาจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะอำเภอเชียงดาวและอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดเชียงราย ซึ่งนำมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะขนส่งด้วยรถบรรทุก 10 ล้อ เพื่อนำไปกระจายต่อในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เจ้าหน้าที่ได้สะกดรอยติดตามรถบรรทุกต้องสงสัย กระทั่งพบจอดอยู่ข้างทางในจังหวัดนครสวรรค์ และเข้าตรวจค้นพบนายทศเป็นผู้ขับขี่ พร้อมยาบ้าจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ใต้กองข้าวโพดเพื่ออำพรางการตรวจค้น นายทศให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้าง 2 แสนบาท และเคยต้องโทษคดีเสพยาเสพติดมาก่อน เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10452894 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11960
    0 Σχόλια 0 Μοιράστηκε 128 Views 0 Προεπισκόπηση
  • สวนสัตว์เชียงใหม่จัดเทศกาลฮาโลวีนสุดหลอน ชวนนักท่องเที่ยวป้อนอาหารคาปิบาราและถ่ายภาพ

    สวนสัตว์เชียงใหม่จัดกิจกรรมพิเศษ “Halloween สุดหลอน สุดฟิน” เพื่อต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน ระหว่างวันที่ 31 ต.ค. – 1 พ.ย. 2569 โดยมีการตกแต่งบรรยากาศให้ชวนขนลุกแต่แฝงความน่ารัก พร้อมกิจกรรมที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกวัย เริ่มตั้งแต่จุด Welcome Center ที่มีผีรอต้อนรับและแจกขนม.

    ไฮไลต์สำคัญของงานคือกิจกรรม “Trick or Feed” ที่ส่วนแสดงคาปิบารา ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนอาหารและเกาพุงคาปิบาราอย่างใกล้ชิด ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด พื้นที่ส่วนแสดงคาปิบาราได้รับการตกแต่งในธีมฮาโลวีนด้วยฟ่อนหญ้าแห้ง ฟักทองแกะสลัก และหุ่นฟางตัวกลม พร้อมมุมถ่ายภาพสวย ๆ สำหรับผู้มาเยือน.

    เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้นำพนักงานร่วมเปิดกิจกรรมด้วยการเปิดฟักทองให้คาปิบาราได้สำรวจและค้นหาอาหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ สวนสัตว์ยังให้ความสำคัญกับการจัดอาหารที่เหมาะสมตามธรรมชาติของสัตว์ รวมถึงคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งพื้นที่โดยรอบ รวมถึงโถงภายในเชียงใหม่ ซู อควาเรียม เพื่อเพิ่มสีสันและมุมถ่ายภาพ.

    ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และครอบครัว พาบุตรหลานมาร่วมสนุกกับกิจกรรมฮาโลวีนสุดพิเศษนี้ เพื่อเติมเต็มความสุข สัมผัสความน่ารักของสัตว์ และสร้างความทรงจำดี ๆ ไปด้วยกันที่สวนสัตว์เชียงใหม่.

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103643
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11962
    สวนสัตว์เชียงใหม่จัดเทศกาลฮาโลวีนสุดหลอน ชวนนักท่องเที่ยวป้อนอาหารคาปิบาราและถ่ายภาพ สวนสัตว์เชียงใหม่จัดกิจกรรมพิเศษ “Halloween สุดหลอน สุดฟิน” เพื่อต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน ระหว่างวันที่ 31 ต.ค. – 1 พ.ย. 2569 โดยมีการตกแต่งบรรยากาศให้ชวนขนลุกแต่แฝงความน่ารัก พร้อมกิจกรรมที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกวัย เริ่มตั้งแต่จุด Welcome Center ที่มีผีรอต้อนรับและแจกขนม. ไฮไลต์สำคัญของงานคือกิจกรรม “Trick or Feed” ที่ส่วนแสดงคาปิบารา ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนอาหารและเกาพุงคาปิบาราอย่างใกล้ชิด ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด พื้นที่ส่วนแสดงคาปิบาราได้รับการตกแต่งในธีมฮาโลวีนด้วยฟ่อนหญ้าแห้ง ฟักทองแกะสลัก และหุ่นฟางตัวกลม พร้อมมุมถ่ายภาพสวย ๆ สำหรับผู้มาเยือน. เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้นำพนักงานร่วมเปิดกิจกรรมด้วยการเปิดฟักทองให้คาปิบาราได้สำรวจและค้นหาอาหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ สวนสัตว์ยังให้ความสำคัญกับการจัดอาหารที่เหมาะสมตามธรรมชาติของสัตว์ รวมถึงคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งพื้นที่โดยรอบ รวมถึงโถงภายในเชียงใหม่ ซู อควาเรียม เพื่อเพิ่มสีสันและมุมถ่ายภาพ. ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และครอบครัว พาบุตรหลานมาร่วมสนุกกับกิจกรรมฮาโลวีนสุดพิเศษนี้ เพื่อเติมเต็มความสุข สัมผัสความน่ารักของสัตว์ และสร้างความทรงจำดี ๆ ไปด้วยกันที่สวนสัตว์เชียงใหม่. เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103643 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11962
    0 Σχόλια 0 Μοιράστηκε 123 Views 0 Προεπισκόπηση
  • เตือนภัยแบงก์พันปลอมระบาดตลาดภูซาง พะเยา แม่ค้าโอดทำกำไรหดหาย

    พะเยา – เกิดเหตุเตือนภัยธนบัตรปลอมระบาดในพื้นที่ตลาดสดอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา หลังแม่ค้าหลายรายถูกมิจฉาชีพนำธนบัตรปลอมชนิดราคา 1,000 บาท มาใช้ซื้อสินค้า ทำให้ได้รับความเสียหายและเสียกำไรจากการขายของ ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับผู้ค้าในตลาดเป็นอย่างมาก

    น.ส.วรรณิกา ชัยศรี แม่ค้าขายเนื้อหมู เล่าว่าได้รับธนบัตรปลอมใบนี้จากลูกค้าที่มาซื้อของก่อนวันออกพรรษาหนึ่งวัน โดยไม่ได้สังเกตในตอนแรก เนื่องจากมีลูกค้าจำนวนมาก แต่เมื่อนำเงินไปฝากตู้เอทีเอ็ม ธนบัตรใบดังกล่าวกลับไม่สามารถเข้าตู้ได้หลายครั้ง จึงใช้ปากกาตรวจสอบธนบัตรปลอมขีดดู พบว่าหมึกไม่จางหายไป ทำให้มั่นใจว่าเป็นธนบัตรปลอมและรู้สึกเสียดายกำไรที่ต้องเสียไปบางส่วนจากการขายของครั้งนี้

    ด้านนางวิว วิชัยวุฒิ แม่ค้าอีกราย ก็ได้รับธนบัตรปลอมชนิดเดียวกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยสังเกตเห็นว่าสีของธนบัตรเข้มกว่าปกติ เมื่อนำปากกาตรวจสอบมาขีดก็พบผลเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังทดลองนำไปลอยน้ำ พบว่าธนบัตรปลอมยุ่ยเหมือนกระดาษทั่วไป ต่างจากธนบัตรจริงที่ยังคงสภาพเดิม ทำให้แน่ใจว่าเป็นธนบัตรปลอมอย่างแน่นอน

    ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประสานงานผ่านธนาคารสาขาอำเภอเชียงคำ เพื่อขอรับธนบัตรปลอมเหล่านี้ไปเข้าสู่กระบวนการทำลายทิ้งต่อไป เพื่อป้องกันการนำไปใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและผู้ประกอบการ

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10453023
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11964
    เตือนภัยแบงก์พันปลอมระบาดตลาดภูซาง พะเยา แม่ค้าโอดทำกำไรหดหาย พะเยา – เกิดเหตุเตือนภัยธนบัตรปลอมระบาดในพื้นที่ตลาดสดอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา หลังแม่ค้าหลายรายถูกมิจฉาชีพนำธนบัตรปลอมชนิดราคา 1,000 บาท มาใช้ซื้อสินค้า ทำให้ได้รับความเสียหายและเสียกำไรจากการขายของ ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับผู้ค้าในตลาดเป็นอย่างมาก น.ส.วรรณิกา ชัยศรี แม่ค้าขายเนื้อหมู เล่าว่าได้รับธนบัตรปลอมใบนี้จากลูกค้าที่มาซื้อของก่อนวันออกพรรษาหนึ่งวัน โดยไม่ได้สังเกตในตอนแรก เนื่องจากมีลูกค้าจำนวนมาก แต่เมื่อนำเงินไปฝากตู้เอทีเอ็ม ธนบัตรใบดังกล่าวกลับไม่สามารถเข้าตู้ได้หลายครั้ง จึงใช้ปากกาตรวจสอบธนบัตรปลอมขีดดู พบว่าหมึกไม่จางหายไป ทำให้มั่นใจว่าเป็นธนบัตรปลอมและรู้สึกเสียดายกำไรที่ต้องเสียไปบางส่วนจากการขายของครั้งนี้ ด้านนางวิว วิชัยวุฒิ แม่ค้าอีกราย ก็ได้รับธนบัตรปลอมชนิดเดียวกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยสังเกตเห็นว่าสีของธนบัตรเข้มกว่าปกติ เมื่อนำปากกาตรวจสอบมาขีดก็พบผลเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังทดลองนำไปลอยน้ำ พบว่าธนบัตรปลอมยุ่ยเหมือนกระดาษทั่วไป ต่างจากธนบัตรจริงที่ยังคงสภาพเดิม ทำให้แน่ใจว่าเป็นธนบัตรปลอมอย่างแน่นอน ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประสานงานผ่านธนาคารสาขาอำเภอเชียงคำ เพื่อขอรับธนบัตรปลอมเหล่านี้ไปเข้าสู่กระบวนการทำลายทิ้งต่อไป เพื่อป้องกันการนำไปใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและผู้ประกอบการ เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10453023 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11964
    0 Σχόλια 0 Μοιράστηκε 115 Views 0 Προεπισκόπηση
  • เชียงใหม่ ประชุม ก.บ.จ. เร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 69 พร้อมพิจารณาปรับแผนโครงการปี 70 ให้สอดคล้องพื้นที่

    เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 7/2569 โดยมีคณะกรรมการและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

    ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงแก้ไขรายละเอียด กิจกรรม และหน่วยงานรับผิดชอบในโครงการสำคัญตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน บริบทของพื้นที่ และรองรับการพัฒนาจังหวัดในหลากหลายมิติ

    มีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงโครงการสำคัญจำนวน 5 โครงการ 11 กิจกรรม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงาน อาทิ การปรับเปลี่ยนหน่วยดำเนินการในกิจกรรมยกระดับเชียงใหม่เมืองเทศกาลโลก (Festival) และ Chiang Mai Pride Month รวมถึงการปรับปรุงรายละเอียดกิจกรรมยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและภาพยนตร์ (Chiang Mai Film Destination)

    นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ตลอดจนโครงการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศคาร์บอนเครดิตอย่างยั่งยืน

    เครดิตภาพประกอบ: CM77 ล้านนา · ภาพกราฟิก — ภาพกราฟิกประกอบข่าว ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
    ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/555412
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11966
    เชียงใหม่ ประชุม ก.บ.จ. เร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 69 พร้อมพิจารณาปรับแผนโครงการปี 70 ให้สอดคล้องพื้นที่ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 7/2569 โดยมีคณะกรรมการและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงแก้ไขรายละเอียด กิจกรรม และหน่วยงานรับผิดชอบในโครงการสำคัญตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน บริบทของพื้นที่ และรองรับการพัฒนาจังหวัดในหลากหลายมิติ มีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงโครงการสำคัญจำนวน 5 โครงการ 11 กิจกรรม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงาน อาทิ การปรับเปลี่ยนหน่วยดำเนินการในกิจกรรมยกระดับเชียงใหม่เมืองเทศกาลโลก (Festival) และ Chiang Mai Pride Month รวมถึงการปรับปรุงรายละเอียดกิจกรรมยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและภาพยนตร์ (Chiang Mai Film Destination) นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ตลอดจนโครงการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศคาร์บอนเครดิตอย่างยั่งยืน เครดิตภาพประกอบ: CM77 ล้านนา · ภาพกราฟิก — ภาพกราฟิกประกอบข่าว ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/555412 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11966
    WWW.CM77.COM
    เชียงใหม่ ประชุม ก.บ.จ. เร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 69 พร้อมพิจารณาปรับแผนโครงการปี 70 ให้สอดคล้องพื้นที่
    เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 7/2569 โดยมีคณะกรรมการและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบ
    0 Σχόλια 0 Μοιράστηκε 112 Views 0 Προεπισκόπηση
  • รวบ 2 หนุ่มหัวร้อน รุมทำร้าย 'เงาพยัคฆ์' นักมวยดังเชียงใหม่บาดเจ็บ อ้างขาดสติ

    เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้แถลงข่าวจับกุมชายสองคนผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายอนุชา ไพศาลพนา หรือ "เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง" นักมวยชื่อดัง จนได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่นักมวยคนดังนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว บริเวณ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ โดยการจับกุมและแถลงข่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่

    ผู้ก่อเหตุได้เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ พวกตนขับรถยนต์มาและเกิดการกระทบกระทั่งกันบนท้องถนน ซึ่งนำไปสู่ความอารมณ์ร้อนและตัดสินใจลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายนักมวยคนดังกล่าว พวกเขายอมรับว่าการกระทำเกิดจากความขาดสติและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

    ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ก่อเหตุทั้งสองได้ยกมือไหว้ขอโทษนายอนุชา และมีการจับมือปรับความเข้าใจกัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมาย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีและแจ้งข้อหากับผู้ก่อเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10453331
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11968
    รวบ 2 หนุ่มหัวร้อน รุมทำร้าย 'เงาพยัคฆ์' นักมวยดังเชียงใหม่บาดเจ็บ อ้างขาดสติ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้แถลงข่าวจับกุมชายสองคนผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายอนุชา ไพศาลพนา หรือ "เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง" นักมวยชื่อดัง จนได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่นักมวยคนดังนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว บริเวณ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ โดยการจับกุมและแถลงข่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ผู้ก่อเหตุได้เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ พวกตนขับรถยนต์มาและเกิดการกระทบกระทั่งกันบนท้องถนน ซึ่งนำไปสู่ความอารมณ์ร้อนและตัดสินใจลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายนักมวยคนดังกล่าว พวกเขายอมรับว่าการกระทำเกิดจากความขาดสติและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ก่อเหตุทั้งสองได้ยกมือไหว้ขอโทษนายอนุชา และมีการจับมือปรับความเข้าใจกัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมาย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีและแจ้งข้อหากับผู้ก่อเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10453331 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11968
    0 Σχόλια 0 Μοιράστηκε 119 Views 0 Προεπισκόπηση
  • หนุ่มหัวร้อนขู่กู้ชีพริมปิงเชียงใหม่โร่มอบตัว อ้างฟังภาษาเหนือไม่รู้เรื่อง คิดว่าถูกด่า ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา

    ความคืบหน้ากรณีหนุ่มหัวร้อนข่มขู่เจ้าหน้าที่กู้ชีพริมปิง เทศบาลตำบลป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 69 ขณะเจ้าหน้าที่กำลังไปรับผู้ป่วย โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่ารถพยาบาลไม่เปิดไฟเลี้ยวเกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุ จึงขับรถตามประกบและตะโกนด่าทอพร้อมข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย

    ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 69 นายรุ่งโรจน์ รั้งกลาง อายุ 32 ปี และนายอภิรักษ์ ชนังกลาง อายุ 29 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับผู้กำกับ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยนายรุ่งโรจน์ให้การว่าโมโหที่รถพยาบาลไม่เปิดไฟเลี้ยว และเมื่อเจ้าหน้าที่ตอบกลับมา ตนฟังภาษาเหนือไม่รู้เรื่อง จึงคิดว่าถูกด่า จึงไปตามเพื่อนมาและเกิดเหตุการณ์ตามคลิป

    นายรุ่งโรจน์ยอมรับว่าก่อเหตุจริงแต่ไม่ได้คิดจะทำร้ายจริง แค่ขู่เท่านั้น และยืนยันว่าไม่มีอาวุธปืน พร้อมทั้งขอโทษทีมกู้ชีพริมปิง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพก็ยอมรับคำขอโทษและจับมือกัน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้แจ้งข้อหาเบื้องต้นแก่นายรุ่งโรจน์และนายอภิรักษ์ในข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10453404
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11970
    หนุ่มหัวร้อนขู่กู้ชีพริมปิงเชียงใหม่โร่มอบตัว อ้างฟังภาษาเหนือไม่รู้เรื่อง คิดว่าถูกด่า ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา ความคืบหน้ากรณีหนุ่มหัวร้อนข่มขู่เจ้าหน้าที่กู้ชีพริมปิง เทศบาลตำบลป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 69 ขณะเจ้าหน้าที่กำลังไปรับผู้ป่วย โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่ารถพยาบาลไม่เปิดไฟเลี้ยวเกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุ จึงขับรถตามประกบและตะโกนด่าทอพร้อมข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 69 นายรุ่งโรจน์ รั้งกลาง อายุ 32 ปี และนายอภิรักษ์ ชนังกลาง อายุ 29 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับผู้กำกับ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยนายรุ่งโรจน์ให้การว่าโมโหที่รถพยาบาลไม่เปิดไฟเลี้ยว และเมื่อเจ้าหน้าที่ตอบกลับมา ตนฟังภาษาเหนือไม่รู้เรื่อง จึงคิดว่าถูกด่า จึงไปตามเพื่อนมาและเกิดเหตุการณ์ตามคลิป นายรุ่งโรจน์ยอมรับว่าก่อเหตุจริงแต่ไม่ได้คิดจะทำร้ายจริง แค่ขู่เท่านั้น และยืนยันว่าไม่มีอาวุธปืน พร้อมทั้งขอโทษทีมกู้ชีพริมปิง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพก็ยอมรับคำขอโทษและจับมือกัน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้แจ้งข้อหาเบื้องต้นแก่นายรุ่งโรจน์และนายอภิรักษ์ในข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10453404 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11970
    0 Σχόλια 0 Μοιράστηκε 116 Views 0 Προεπισκόπηση