• สำนักพุทธฯ ลำปาง เผยผลตรวจปัสสาวะ 'ครูบาเอ็ม' ไม่พบสารเสพติด หลังถูกตั้งข้อสังเกตพฤติกรรมขณะเทศน์

    สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง (พศจ.ลำปาง) ได้เปิดเผยผลการตรวจปัสสาวะของ พระเอ็ม อภิปุณโณ หรือครูบาเอ็ม สังกัดที่พักสงฆ์ถ้ำแจ้ง อ.แม่ทะ จ.ลำปาง โดยยืนยันว่าไม่พบสารเสพติดในร่างกาย การตรวจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมของครูบาเอ็มขณะเทศน์สอนธรรมะ ซึ่งมีอาการคอแข็งและหัวเราะผิดปกติ จนเกิดข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

    ก่อนหน้านี้ ประธานที่พักสงฆ์ถ้ำแจ้งได้ตักเตือนครูบาเอ็มแล้ว ซึ่งครูบาเอ็มชี้แจงว่าอาการที่ปรากฏในคลิปเกิดจากไข้หวัด อย่างไรก็ตาม เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นแก่พุทธศาสนิกชน ทางประธานที่พักสงฆ์จึงได้ประสานงานกับ พศจ.ลำปาง, โรงพยาบาลแม่ทะ และ สภ.แม่ทะ เพื่อดำเนินการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดและประเมินสุขภาพอย่างละเอียด

    ผลการตรวจสารเสพติดของครูบาเอ็มและพระภิกษุทุกรูปในที่พักสงฆ์ถ้ำแจ้งยืนยันว่าไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ นอกจากนี้ ทีมแพทย์ยังได้ตรวจประเมินสุขภาพกายและจิตใจเบื้องต้นของครูบาเอ็ม พร้อมทั้งเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการโดยละเอียด ซึ่งโรงพยาบาลแม่ทะจะรายงานผลให้ทราบในโอกาสต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10453477
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11972
    สำนักพุทธฯ ลำปาง เผยผลตรวจปัสสาวะ 'ครูบาเอ็ม' ไม่พบสารเสพติด หลังถูกตั้งข้อสังเกตพฤติกรรมขณะเทศน์ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง (พศจ.ลำปาง) ได้เปิดเผยผลการตรวจปัสสาวะของ พระเอ็ม อภิปุณโณ หรือครูบาเอ็ม สังกัดที่พักสงฆ์ถ้ำแจ้ง อ.แม่ทะ จ.ลำปาง โดยยืนยันว่าไม่พบสารเสพติดในร่างกาย การตรวจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมของครูบาเอ็มขณะเทศน์สอนธรรมะ ซึ่งมีอาการคอแข็งและหัวเราะผิดปกติ จนเกิดข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อนหน้านี้ ประธานที่พักสงฆ์ถ้ำแจ้งได้ตักเตือนครูบาเอ็มแล้ว ซึ่งครูบาเอ็มชี้แจงว่าอาการที่ปรากฏในคลิปเกิดจากไข้หวัด อย่างไรก็ตาม เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นแก่พุทธศาสนิกชน ทางประธานที่พักสงฆ์จึงได้ประสานงานกับ พศจ.ลำปาง, โรงพยาบาลแม่ทะ และ สภ.แม่ทะ เพื่อดำเนินการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดและประเมินสุขภาพอย่างละเอียด ผลการตรวจสารเสพติดของครูบาเอ็มและพระภิกษุทุกรูปในที่พักสงฆ์ถ้ำแจ้งยืนยันว่าไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ นอกจากนี้ ทีมแพทย์ยังได้ตรวจประเมินสุขภาพกายและจิตใจเบื้องต้นของครูบาเอ็ม พร้อมทั้งเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการโดยละเอียด ซึ่งโรงพยาบาลแม่ทะจะรายงานผลให้ทราบในโอกาสต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10453477 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11972
    0 Yorumlar 0 hisse senetleri 91 Views 0 önizleme
  • เชียงใหม่: ศูนย์เผยแผ่ธรรมนาวาวังนครพิงค์ ร่วมวัดยางกวง จัดโครงการบวชชีพราหมณ์ในทัณฑสถานหญิง พลิกเรือนจำสู่เรือนธรรม

    ศูนย์เผยแผ่ธรรมนาวาวังนครพิงค์ ร่วมกับวัดยางกวงและทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ได้จัดโครงการบวชชีพราหมณ์เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (รุ่นที่ 3) ขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพลิกพื้นที่แห่งการคุมขังให้กลายเป็น "เรือนธรรม" อันสงบเย็น

    โครงการดังกล่าวเน้นการปฏิบัติบูชาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ควบคู่ไปกับการยกระดับและฟื้นฟูจิตใจของผู้เข้าร่วม โดยน้อมนำหลักธรรมมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ภายใต้การนำของพระวชิรสิทธิญาณ (ตุ๊พี่ฟรุ๊ค) เจ้าอาวาสวัดยางกวง ผู้เข้าร่วมโครงการได้ถือศีล 8 เพื่อสร้างวินัยและชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ พร้อมทั้งเรียนรู้หลัก "อริยสัจ 4" และ "อริยมรรค" เพื่อให้เข้าใจความจริงของชีวิต รู้เท่าทันสาเหตุแห่งทุกข์ และนำหลักคิดดี พูดดี ทำดี มาเป็นเข็มทิศนำทาง

    กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการทำบุญใหญ่ แต่ยังเป็นการมอบโอกาสให้ผู้หลงผิดได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ไม่ย้อนกลับไปทำผิดซ้ำ และกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ล้านนามีความงดงามด้วยหลักธรรมและเป็นแดนดินถิ่นอารยชนที่ดำเนินชีวิตด้วยอริยมรรคอย่างยั่งยืน.

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10453495
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11974
    เชียงใหม่: ศูนย์เผยแผ่ธรรมนาวาวังนครพิงค์ ร่วมวัดยางกวง จัดโครงการบวชชีพราหมณ์ในทัณฑสถานหญิง พลิกเรือนจำสู่เรือนธรรม ศูนย์เผยแผ่ธรรมนาวาวังนครพิงค์ ร่วมกับวัดยางกวงและทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ได้จัดโครงการบวชชีพราหมณ์เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (รุ่นที่ 3) ขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพลิกพื้นที่แห่งการคุมขังให้กลายเป็น "เรือนธรรม" อันสงบเย็น โครงการดังกล่าวเน้นการปฏิบัติบูชาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ควบคู่ไปกับการยกระดับและฟื้นฟูจิตใจของผู้เข้าร่วม โดยน้อมนำหลักธรรมมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ภายใต้การนำของพระวชิรสิทธิญาณ (ตุ๊พี่ฟรุ๊ค) เจ้าอาวาสวัดยางกวง ผู้เข้าร่วมโครงการได้ถือศีล 8 เพื่อสร้างวินัยและชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ พร้อมทั้งเรียนรู้หลัก "อริยสัจ 4" และ "อริยมรรค" เพื่อให้เข้าใจความจริงของชีวิต รู้เท่าทันสาเหตุแห่งทุกข์ และนำหลักคิดดี พูดดี ทำดี มาเป็นเข็มทิศนำทาง กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการทำบุญใหญ่ แต่ยังเป็นการมอบโอกาสให้ผู้หลงผิดได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ไม่ย้อนกลับไปทำผิดซ้ำ และกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ล้านนามีความงดงามด้วยหลักธรรมและเป็นแดนดินถิ่นอารยชนที่ดำเนินชีวิตด้วยอริยมรรคอย่างยั่งยืน. เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10453495 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11974
    0 Yorumlar 0 hisse senetleri 96 Views 0 önizleme
  • นายอำเภอเชียงแสนนำทีมยึดคืนผืนป่าดอยสะโง้ แหล่งท่องเที่ยวดังเชียงราย หลังนายทุนรุกสร้างรีสอร์ต-ร้านค้า

    นายอำเภอเชียงแสนร่วมกับ กอ.รมน. และหน่วยงานป่าไม้ เข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดอยสะโง้ หมู่ 7 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 28 ต.ค. หลังพบการบุกรุกสร้างสถานประกอบการที่พักและร้านกาแฟบนพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ 3 งาน 23 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชัน โดยมีนายทุนเข้าแผ้วถางเพื่อผุดที่พักรีสอร์ต ร้านค้า และจุดชมวิว.

    จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ.2547 และ พ.ศ.2557 พบว่าจุดดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่ทางการเกษตร แต่ต่อมามีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างหลายรายการ เช่น จุดนั่งชมวิว ศาลาที่พักชมวิว ระเบียงทางเดิน ห้องน้ำ อาคารที่พักสูง 3 ชั้น และอาคารร้านกาแฟพร้อมที่พัก เจ้าหน้าที่จึงถือว่าเป็นการครอบครองและใช้ประโยชน์พื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต.

    นายทองคำ ธรรมสละ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชร.11 (เชียงแสน) ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของกิจการร้านกาแฟดังกล่าว ในข้อหา “บุกรุก แผ้วถาง เข้าทำประโยชน์ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484.

    ดอยสะโง้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเรื้อรังมานาน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจสอบพบการบุกรุกแผ้วถางทำสวนส้มและอื่นๆ กว้างประมาณ 400 ไร่ รวมถึงสถานปฏิบัติธรรมที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตบนพื้นที่ประมาณ 13 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ให้ถูกต้อง.

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103830
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11976
    นายอำเภอเชียงแสนนำทีมยึดคืนผืนป่าดอยสะโง้ แหล่งท่องเที่ยวดังเชียงราย หลังนายทุนรุกสร้างรีสอร์ต-ร้านค้า นายอำเภอเชียงแสนร่วมกับ กอ.รมน. และหน่วยงานป่าไม้ เข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดอยสะโง้ หมู่ 7 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 28 ต.ค. หลังพบการบุกรุกสร้างสถานประกอบการที่พักและร้านกาแฟบนพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ 3 งาน 23 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชัน โดยมีนายทุนเข้าแผ้วถางเพื่อผุดที่พักรีสอร์ต ร้านค้า และจุดชมวิว. จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ.2547 และ พ.ศ.2557 พบว่าจุดดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่ทางการเกษตร แต่ต่อมามีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างหลายรายการ เช่น จุดนั่งชมวิว ศาลาที่พักชมวิว ระเบียงทางเดิน ห้องน้ำ อาคารที่พักสูง 3 ชั้น และอาคารร้านกาแฟพร้อมที่พัก เจ้าหน้าที่จึงถือว่าเป็นการครอบครองและใช้ประโยชน์พื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต. นายทองคำ ธรรมสละ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชร.11 (เชียงแสน) ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของกิจการร้านกาแฟดังกล่าว ในข้อหา “บุกรุก แผ้วถาง เข้าทำประโยชน์ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484. ดอยสะโง้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเรื้อรังมานาน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจสอบพบการบุกรุกแผ้วถางทำสวนส้มและอื่นๆ กว้างประมาณ 400 ไร่ รวมถึงสถานปฏิบัติธรรมที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตบนพื้นที่ประมาณ 13 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ให้ถูกต้อง. เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103830 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11976
    0 Yorumlar 0 hisse senetleri 92 Views 0 önizleme
  • ตร.เร่งแกะรอยล่ารถปริศนา 2 คัน ขนยาล็อตใหญ่ 4 ล้านเม็ด ซุกป่าข้างวัดดังลำปาง

    ตำรวจลำปางกำลังเร่งสืบสวนคดีพบยาบ้าล็อตใหญ่จำนวนกว่า 4 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ในป่าข้างทางบริเวณหน้าประตูรั้ววัดกู่คำ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยนำวัตถุบางอย่างมาทิ้งไว้ในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อคืนวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา

    จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบถุงดำขนาดใหญ่ 20 ถุง แต่ละถุงบรรจุกระสอบปุ๋ย 2 กระสอบ ภายในซุกซ่อนยาบ้าถุงละประมาณ 200,000 เม็ด รวมของกลางทั้งหมดประมาณ 4,000,000 เม็ด พระสงฆ์ภายในวัดให้ข้อมูลว่าช่วงเย็นวันที่ 28 ตุลาคมยังไม่พบถุงดังกล่าว จึงคาดว่ายาบ้าถูกนำมาทิ้งในช่วงกลางดึกประมาณ 22.00 น.

    พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและกำลังเร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ เพื่อติดตามเบาะแสของรถยนต์ต้องสงสัยอย่างน้อย 2 คัน ที่นำยาบ้ามาทิ้งไว้ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดและผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103895
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11978
    ตร.เร่งแกะรอยล่ารถปริศนา 2 คัน ขนยาล็อตใหญ่ 4 ล้านเม็ด ซุกป่าข้างวัดดังลำปาง ตำรวจลำปางกำลังเร่งสืบสวนคดีพบยาบ้าล็อตใหญ่จำนวนกว่า 4 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ในป่าข้างทางบริเวณหน้าประตูรั้ววัดกู่คำ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยนำวัตถุบางอย่างมาทิ้งไว้ในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อคืนวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบถุงดำขนาดใหญ่ 20 ถุง แต่ละถุงบรรจุกระสอบปุ๋ย 2 กระสอบ ภายในซุกซ่อนยาบ้าถุงละประมาณ 200,000 เม็ด รวมของกลางทั้งหมดประมาณ 4,000,000 เม็ด พระสงฆ์ภายในวัดให้ข้อมูลว่าช่วงเย็นวันที่ 28 ตุลาคมยังไม่พบถุงดังกล่าว จึงคาดว่ายาบ้าถูกนำมาทิ้งในช่วงกลางดึกประมาณ 22.00 น. พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและกำลังเร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ เพื่อติดตามเบาะแสของรถยนต์ต้องสงสัยอย่างน้อย 2 คัน ที่นำยาบ้ามาทิ้งไว้ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดและผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป. เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103895 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11978
    0 Yorumlar 0 hisse senetleri 93 Views 0 önizleme
  • ทหารผาเมืองสนธิกำลังสกัดจับยาบ้า 2.74 ล้านเม็ด ซุกที่นอน-โซฟา ขนข้ามชายแดนแม่สาย รวบ 2 ชาวเมียนมา

    เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ร่วมกับด่านศุลกากรแม่สาย สภ.แม่สาย และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้ตั้งจุดตรวจสกัดกั้นการกระทำผิดตามกฎหมายยาเสพติด บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชายแดน

    ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกขนาดเล็กทะเบียนเมียนมาขับโดยชายและหญิงชาวเมียนมา 2 ราย มีท่าทางพิรุธ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบที่นอน 2 ผืน และโซฟา 3 ตัว ที่มีน้ำหนักมากผิดปกติ ไม่สัมพันธ์กับลักษณะสิ่งของที่บรรทุกมา

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำรถและสิ่งของทั้งหมดไปตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ที่ด่านศุลกากรแม่สายแห่งที่ 2 ผลการตรวจพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในที่นอนและโซฟา รวมประมาณ 2,740,000 เม็ด

    จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนชาวเมียนมาเป็นเงิน 100,000 บาท ให้นำสิ่งของดังกล่าวไปส่งยังห้างสรรพสินค้าสาขาแม่สาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10454225
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11984
    ทหารผาเมืองสนธิกำลังสกัดจับยาบ้า 2.74 ล้านเม็ด ซุกที่นอน-โซฟา ขนข้ามชายแดนแม่สาย รวบ 2 ชาวเมียนมา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ร่วมกับด่านศุลกากรแม่สาย สภ.แม่สาย และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้ตั้งจุดตรวจสกัดกั้นการกระทำผิดตามกฎหมายยาเสพติด บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชายแดน ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกขนาดเล็กทะเบียนเมียนมาขับโดยชายและหญิงชาวเมียนมา 2 ราย มีท่าทางพิรุธ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบที่นอน 2 ผืน และโซฟา 3 ตัว ที่มีน้ำหนักมากผิดปกติ ไม่สัมพันธ์กับลักษณะสิ่งของที่บรรทุกมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำรถและสิ่งของทั้งหมดไปตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ที่ด่านศุลกากรแม่สายแห่งที่ 2 ผลการตรวจพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในที่นอนและโซฟา รวมประมาณ 2,740,000 เม็ด จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนชาวเมียนมาเป็นเงิน 100,000 บาท ให้นำสิ่งของดังกล่าวไปส่งยังห้างสรรพสินค้าสาขาแม่สาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10454225 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11984
    0 Yorumlar 0 hisse senetleri 100 Views 0 önizleme
  • รวบชาวเมียนมาขนยาบ้าเกือบ 3 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 130 ล้าน ซุกเฟอร์นิเจอร์เข้าด่านแม่สาย เชียงราย

    เจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สาย จังหวัดเชียงราย สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จับกุมชายหญิงชาวเมียนมา 2 ราย ขณะพยายามนำรถยนต์สี่ล้อบรรทุกเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าข้ามแดนจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เข้ามายังประเทศไทยผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม หลังเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นความผิดปกติของน้ำหนักเฟอร์นิเจอร์ที่บรรทุกมา.

    จากการตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ พบห่อพลาสติกหุ้มด้วยกระดาษฟลอยด์ซุกซ่อนอยู่ภายในที่นอนและเบาะนั่ง เมื่อนำออกมาตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 275 แพ็ค รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 2,750,000 เม็ด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 137,000,000 บาท นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์หัวพอตบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 458 ชุด ซุกซ่อนอยู่ในที่นอนและโซฟาเช่นกัน.

    เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัว Mr. Hein lin hlaing อายุ 24 ปี และ Mrs. Aye aye aung อายุ 46 ปี ชาวเมียนมาทั้งสองคน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานนำหรือพาของที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร และความผิดฐานนำหรือพาเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาเสพติดให้โทษ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีและขยายผลตามกฎหมายต่อไป.

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104024
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11986
    รวบชาวเมียนมาขนยาบ้าเกือบ 3 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 130 ล้าน ซุกเฟอร์นิเจอร์เข้าด่านแม่สาย เชียงราย เจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สาย จังหวัดเชียงราย สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จับกุมชายหญิงชาวเมียนมา 2 ราย ขณะพยายามนำรถยนต์สี่ล้อบรรทุกเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าข้ามแดนจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เข้ามายังประเทศไทยผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม หลังเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นความผิดปกติของน้ำหนักเฟอร์นิเจอร์ที่บรรทุกมา. จากการตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ พบห่อพลาสติกหุ้มด้วยกระดาษฟลอยด์ซุกซ่อนอยู่ภายในที่นอนและเบาะนั่ง เมื่อนำออกมาตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 275 แพ็ค รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 2,750,000 เม็ด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 137,000,000 บาท นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์หัวพอตบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 458 ชุด ซุกซ่อนอยู่ในที่นอนและโซฟาเช่นกัน. เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัว Mr. Hein lin hlaing อายุ 24 ปี และ Mrs. Aye aye aung อายุ 46 ปี ชาวเมียนมาทั้งสองคน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานนำหรือพาของที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร และความผิดฐานนำหรือพาเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาเสพติดให้โทษ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีและขยายผลตามกฎหมายต่อไป. เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104024 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11986
    0 Yorumlar 0 hisse senetleri 110 Views 0 önizleme
  • ตรวจยึดร้านกาแฟบนดอยสะโง้ เชียงราย รุกป่ากว่า 8 ไร่ แจ้งดำเนินคดีเจ้าของกิจการ

    ป่าไม้เชียงรายเดินหน้าตรวจสอบกรณีกลุ่มทุนบุกรุกพื้นที่ป่าบริเวณดอยสะโง้ หมู่ 7 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยนายชูสวัสดิ์ สวัสดี นายอำเภอเชียงแสน ได้นำคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าหลังมีชาวบ้านร้องเรียน

    จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างของเอกชนรายหนึ่งซึ่งเปิดเป็นร้านกาแฟบนดอยสะโง้ พบว่ามีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 รวมเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 3 งาน 23 ตารางวา การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าจังหวัดเชียงรายที่ประชุมเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

    ภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังตั้งแต่ปี 2545 และ 2557 แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ก่อนที่จะมีการพัฒนาเป็นร้านกาแฟและที่พัก ซึ่งมีอาคารหลายหลังรองรับนักท่องเที่ยว

    เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของกิจการในข้อหาบุกรุก แผ้วถาง หรือเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยคดีนี้ถูกรับเป็นคดีอาญาที่ 474/2569 และอยู่ระหว่างการสอบสวน ผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

    เครดิตภาพประกอบ: มติชน | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: มติชน https://www.matichon.co.th/region/news_5953212
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11988
    ตรวจยึดร้านกาแฟบนดอยสะโง้ เชียงราย รุกป่ากว่า 8 ไร่ แจ้งดำเนินคดีเจ้าของกิจการ ป่าไม้เชียงรายเดินหน้าตรวจสอบกรณีกลุ่มทุนบุกรุกพื้นที่ป่าบริเวณดอยสะโง้ หมู่ 7 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยนายชูสวัสดิ์ สวัสดี นายอำเภอเชียงแสน ได้นำคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าหลังมีชาวบ้านร้องเรียน จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างของเอกชนรายหนึ่งซึ่งเปิดเป็นร้านกาแฟบนดอยสะโง้ พบว่ามีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 รวมเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 3 งาน 23 ตารางวา การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าจังหวัดเชียงรายที่ประชุมเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังตั้งแต่ปี 2545 และ 2557 แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ก่อนที่จะมีการพัฒนาเป็นร้านกาแฟและที่พัก ซึ่งมีอาคารหลายหลังรองรับนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของกิจการในข้อหาบุกรุก แผ้วถาง หรือเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยคดีนี้ถูกรับเป็นคดีอาญาที่ 474/2569 และอยู่ระหว่างการสอบสวน ผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เครดิตภาพประกอบ: มติชน | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: มติชน https://www.matichon.co.th/region/news_5953212 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11988
    0 Yorumlar 0 hisse senetleri 108 Views 0 önizleme
  • ตำรวจภาค 6 ขยายผลจับแก๊ง "สีคิ้ว โคราช" บงการขนยาบ้า 3 ล้านเม็ดจากแม่สาย ฟอกเงินซื้อรถหรู 8 คัน

    ตำรวจภูธรภาค 6 ได้ขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติด "แก๊งสีคิ้ว โคราช" ซึ่งบงการขนยาบ้าจำนวน 3 ล้านเม็ด โดยมีต้นทางจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งต่อไปยังจุดพักคอยในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วชิรบารมี จังหวัดพิจิตร ได้จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 15 กระสอบ รวม 3 ล้านเม็ด

    จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและขอหมายจับจากศาลจังหวัดพิจิตร จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มได้อีก 3 ราย โดยเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ได้จับกุมนายไข่ คัง เหม่า สัญชาติเมียนมา อายุ 19 ปี ซึ่งทำหน้าที่บรรจุยาบ้าขึ้นรถคันแรกจากอำเภอแม่สาย และเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ได้จับกุมนายปรัชญา หรือเติร์ก อายุ 30 ปี ผู้สั่งการและจัดหาคนลำเลียงยาเสพติด ซึ่งสารภาพว่าจ่ายค่าจ้างคนขนยาครั้งละหนึ่งแสนบาท และได้สั่งการลำเลียงยาบ้ามาแล้ว 15 ครั้ง นอกจากนี้ยังจับกุมนายบวรทัต อายุ 34 ปี ชาวนครราชสีมา ทำหน้าที่ควบคุมการขนยาและดูเส้นทาง

    พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6 เปิดเผยว่า แก๊งนี้ทำงานเป็นทีม มีฐานอยู่ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยนำยาเสพติดจากเชียงรายไปพักที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาแต่ละรายมีรายได้จากการขนยาเสพติดจำนวนมาก และนำเงินที่ได้ไปฟอกโดยการซื้อรถยนต์หรูขับเองถึง 8 คัน รวมถึงซื้อรถเบนซ์ให้ภรรยาขับเล่นอีก 1 คัน นอกจากนี้ยังยึดทองคำและเงินสดในตู้เซฟรวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104074
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11990
    ตำรวจภาค 6 ขยายผลจับแก๊ง "สีคิ้ว โคราช" บงการขนยาบ้า 3 ล้านเม็ดจากแม่สาย ฟอกเงินซื้อรถหรู 8 คัน ตำรวจภูธรภาค 6 ได้ขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติด "แก๊งสีคิ้ว โคราช" ซึ่งบงการขนยาบ้าจำนวน 3 ล้านเม็ด โดยมีต้นทางจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งต่อไปยังจุดพักคอยในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วชิรบารมี จังหวัดพิจิตร ได้จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 15 กระสอบ รวม 3 ล้านเม็ด จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและขอหมายจับจากศาลจังหวัดพิจิตร จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มได้อีก 3 ราย โดยเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ได้จับกุมนายไข่ คัง เหม่า สัญชาติเมียนมา อายุ 19 ปี ซึ่งทำหน้าที่บรรจุยาบ้าขึ้นรถคันแรกจากอำเภอแม่สาย และเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ได้จับกุมนายปรัชญา หรือเติร์ก อายุ 30 ปี ผู้สั่งการและจัดหาคนลำเลียงยาเสพติด ซึ่งสารภาพว่าจ่ายค่าจ้างคนขนยาครั้งละหนึ่งแสนบาท และได้สั่งการลำเลียงยาบ้ามาแล้ว 15 ครั้ง นอกจากนี้ยังจับกุมนายบวรทัต อายุ 34 ปี ชาวนครราชสีมา ทำหน้าที่ควบคุมการขนยาและดูเส้นทาง พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6 เปิดเผยว่า แก๊งนี้ทำงานเป็นทีม มีฐานอยู่ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยนำยาเสพติดจากเชียงรายไปพักที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาแต่ละรายมีรายได้จากการขนยาเสพติดจำนวนมาก และนำเงินที่ได้ไปฟอกโดยการซื้อรถยนต์หรูขับเองถึง 8 คัน รวมถึงซื้อรถเบนซ์ให้ภรรยาขับเล่นอีก 1 คัน นอกจากนี้ยังยึดทองคำและเงินสดในตู้เซฟรวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104074 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11990
    0 Yorumlar 0 hisse senetleri 107 Views 0 önizleme
  • เชียงใหม่เร่งขับเคลื่อนโครงการถนนวงแหวนอมก๋อย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประชาชนในพื้นที่สูง

    เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงถนนวงแหวนเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งเชื่อมต่อ 4 ตำบลในอำเภออมก๋อย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บรรเทาความเดือดร้อน และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

    ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.เชียงใหม่) ซึ่งกำลังเร่งรัดการก่อสร้างถนนในส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จในระยะที่ 1 ระยะทาง 2.674 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570

    นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาแนวทางการทำงานร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่ เพื่อเร่งขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน กปร. และกรมทางหลวงชนบท สำหรับการก่อสร้างเส้นทางเพิ่มเติมและการซ่อมแซมจุดที่ชำรุด รวมถึงเตรียมการถ่ายโอนภารกิจดูแลรักษาเส้นทางดังกล่าวให้กรมทางหลวงชนบทรับผิดชอบในระยะยาว เพื่อให้โครงข่ายคมนาคมมีความสมบูรณ์และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    เครดิตภาพประกอบ: CM77 ล้านนา · ภาพกราฟิก — ภาพกราฟิกประกอบข่าว ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
    ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/555801
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11993
    เชียงใหม่เร่งขับเคลื่อนโครงการถนนวงแหวนอมก๋อย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประชาชนในพื้นที่สูง เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงถนนวงแหวนเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งเชื่อมต่อ 4 ตำบลในอำเภออมก๋อย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บรรเทาความเดือดร้อน และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.เชียงใหม่) ซึ่งกำลังเร่งรัดการก่อสร้างถนนในส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จในระยะที่ 1 ระยะทาง 2.674 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาแนวทางการทำงานร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่ เพื่อเร่งขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน กปร. และกรมทางหลวงชนบท สำหรับการก่อสร้างเส้นทางเพิ่มเติมและการซ่อมแซมจุดที่ชำรุด รวมถึงเตรียมการถ่ายโอนภารกิจดูแลรักษาเส้นทางดังกล่าวให้กรมทางหลวงชนบทรับผิดชอบในระยะยาว เพื่อให้โครงข่ายคมนาคมมีความสมบูรณ์และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เครดิตภาพประกอบ: CM77 ล้านนา · ภาพกราฟิก — ภาพกราฟิกประกอบข่าว ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/555801 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11993
    WWW.CM77.COM
    เชียงใหม่เร่งขับเคลื่อนโครงการถนนวงแหวนอมก๋อย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประชาชนในพื้นที่สูง
    เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงถนนวงแหวนเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งเชื่อมต่อ 4 ตำบลในอำเภออมก๋
    0 Yorumlar 0 hisse senetleri 110 Views 0 önizleme
  • สำนักงานการท่องเที่ยวฯ เชียงใหม่จัดกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยวแม่แตง-แม่ริม ชูเส้นทางสุขภาพและผจญภัย

    สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดกิจกรรม Fam Trips & Site Inspections ในพื้นที่อำเภอแม่ริมและอำเภอแม่แตง ระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม 2569 เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและผจญภัยของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสื่อมวลชนและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในเส้นทางที่ผสานความงดงามของธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างประสบการณ์ใหม่

    คณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เริ่มต้นการเดินทางด้วยการเยี่ยมชมวัดบ้านเด่น หรือวัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน อำเภอแม่แตง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมล้านนาอันวิจิตร จากนั้นได้เดินทางไปยังบัวขาววิลเลจเพื่อชมการเรียนการสอนมวยไทย และต่อไปยังเขื่อนแม่งัดเพื่อล่องเรือชมทัศนียภาพอันเงียบสงบของผืนน้ำที่โอบล้อมด้วยแนวภูเขา

    ในช่วงบ่าย คณะได้เดินทางไปยัง X-Center แม่ริม เพื่อสัมผัสประสบการณ์กิจกรรมผจญภัยและกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่หลากหลาย เช่น การขับรถโกลด์คลาส รถออฟโรด รถ ATV และกิจกรรมเพนท์บอล เพื่อเพิ่มสีสันและความท้าทายให้กับการเดินทาง

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ที่สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้หลายรูปแบบ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และกิจกรรมผจญภัย โดยมีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ สร้างทางเลือกใหม่ให้กับนักเดินทาง และสนับสนุนการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

    เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/555811
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11995
    สำนักงานการท่องเที่ยวฯ เชียงใหม่จัดกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยวแม่แตง-แม่ริม ชูเส้นทางสุขภาพและผจญภัย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดกิจกรรม Fam Trips & Site Inspections ในพื้นที่อำเภอแม่ริมและอำเภอแม่แตง ระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม 2569 เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและผจญภัยของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสื่อมวลชนและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในเส้นทางที่ผสานความงดงามของธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างประสบการณ์ใหม่ คณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เริ่มต้นการเดินทางด้วยการเยี่ยมชมวัดบ้านเด่น หรือวัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน อำเภอแม่แตง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมล้านนาอันวิจิตร จากนั้นได้เดินทางไปยังบัวขาววิลเลจเพื่อชมการเรียนการสอนมวยไทย และต่อไปยังเขื่อนแม่งัดเพื่อล่องเรือชมทัศนียภาพอันเงียบสงบของผืนน้ำที่โอบล้อมด้วยแนวภูเขา ในช่วงบ่าย คณะได้เดินทางไปยัง X-Center แม่ริม เพื่อสัมผัสประสบการณ์กิจกรรมผจญภัยและกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่หลากหลาย เช่น การขับรถโกลด์คลาส รถออฟโรด รถ ATV และกิจกรรมเพนท์บอล เพื่อเพิ่มสีสันและความท้าทายให้กับการเดินทาง การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ที่สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้หลายรูปแบบ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และกิจกรรมผจญภัย โดยมีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ สร้างทางเลือกใหม่ให้กับนักเดินทาง และสนับสนุนการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/555811 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11995
    0 Yorumlar 0 hisse senetleri 112 Views 0 önizleme