• คืบหน้าคดีหนุ่มร้านข้าวเหนียวต่อยแม่ค้าไข่เบ้าตาแตกที่เชียงใหม่ แฟนผู้บาดเจ็บยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด

    ความคืบหน้ากรณีแม่ค้าขายไข่วัย 34 ปี ถูกหนุ่มขายข้าวเหนียวทำร้ายร่างกายด้วยการชกเข้าที่ใบหน้าจนเบ้าตาแตกได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ภายในตลาดแห่งหนึ่งในตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้บาดเจ็บต้องเข้ารับการผ่าตัดและนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลมาแล้ว 5 คืน

    สาเหตุของความขัดแย้งมาจากปัญหาเรื่อง "ไอความร้อน" จากการนึ่งข้าวเหนียวของคู่กรณี ซึ่งผู้บาดเจ็บอ้างว่าส่งผลกระทบต่อแผงขายไข่ของตนเอง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดย ร.ต.อ.ศิโรดม จตุแสน รอง สว.(สอบสวน) ได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้แล้ว และกำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนกฎหมาย

    แฟนหนุ่มของผู้บาดเจ็บเปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลขณะนี้สูงกว่า 300,000 บาท แต่คู่กรณีกลับไม่เคยติดต่อเข้ามาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ เลย นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น

    ด้วยเหตุนี้ แฟนหนุ่มจึงยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการยอมความ เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจและรุนแรงเกินกว่าจะรับได้

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10457257
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12063
    คืบหน้าคดีหนุ่มร้านข้าวเหนียวต่อยแม่ค้าไข่เบ้าตาแตกที่เชียงใหม่ แฟนผู้บาดเจ็บยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด ความคืบหน้ากรณีแม่ค้าขายไข่วัย 34 ปี ถูกหนุ่มขายข้าวเหนียวทำร้ายร่างกายด้วยการชกเข้าที่ใบหน้าจนเบ้าตาแตกได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ภายในตลาดแห่งหนึ่งในตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้บาดเจ็บต้องเข้ารับการผ่าตัดและนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลมาแล้ว 5 คืน สาเหตุของความขัดแย้งมาจากปัญหาเรื่อง "ไอความร้อน" จากการนึ่งข้าวเหนียวของคู่กรณี ซึ่งผู้บาดเจ็บอ้างว่าส่งผลกระทบต่อแผงขายไข่ของตนเอง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดย ร.ต.อ.ศิโรดม จตุแสน รอง สว.(สอบสวน) ได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้แล้ว และกำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนกฎหมาย แฟนหนุ่มของผู้บาดเจ็บเปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลขณะนี้สูงกว่า 300,000 บาท แต่คู่กรณีกลับไม่เคยติดต่อเข้ามาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ เลย นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ด้วยเหตุนี้ แฟนหนุ่มจึงยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการยอมความ เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจและรุนแรงเกินกว่าจะรับได้ เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10457257 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12063
    0 ความคิดเห็น 0 หุ้น 77 จำนวนการรับชม 0 รีวิว
  • แก๊งวัยรุ่นเปิดศึกยิงกันกลางถนนเชียงใหม่ พยาบาลพลเมืองดีลงช่วยคนเจ็บถูกรถชนดับสลด

    เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงกลางดึกบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่ เมื่อแก๊งวัยรุ่นสองกลุ่มเปิดฉากทะเลาะวิวาทและยิงปืนใส่กันอย่างดุเดือด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และรถจักรยานยนต์เสียหายหลายคัน ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ นางสาวกนกรัตน์ ยศธิวงค์ ผู้ช่วยพยาบาลที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา ได้แสดงความกล้าหาญลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าสลดใจ หลังถูกรถกระบะของกลุ่มวัยรุ่นพุ่งชน

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 31 ตุลาคม ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 บริเวณทางขึ้นสะพานดอนจั่น ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ขาเข้าเมืองเชียงใหม่ ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้รับแจ้งเหตุและรุดเข้าตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์ล้มเสียหาย 5 คัน โดยมี 1 คันเกิดเพลิงลุกไหม้ นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนและซองใส่อาวุธปืนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

    จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคนได้รวมตัวกันและแบ่งเป็นสองกลุ่ม ก่อนจะเปิดฉากไล่ทำร้ายกันไปตามเส้นทาง มีเสียงปืนและเสียงระเบิดดังขึ้นหลายนัด ก่อนที่รถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุจะเสียหลักพุ่งชนรถที่จอดอยู่ข้างทาง รวมถึงรถของประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา ทำให้เกิดความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามคดี โดยตำรวจ สภ.แม่ปิง กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104808
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12065
    แก๊งวัยรุ่นเปิดศึกยิงกันกลางถนนเชียงใหม่ พยาบาลพลเมืองดีลงช่วยคนเจ็บถูกรถชนดับสลด เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงกลางดึกบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่ เมื่อแก๊งวัยรุ่นสองกลุ่มเปิดฉากทะเลาะวิวาทและยิงปืนใส่กันอย่างดุเดือด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และรถจักรยานยนต์เสียหายหลายคัน ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ นางสาวกนกรัตน์ ยศธิวงค์ ผู้ช่วยพยาบาลที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา ได้แสดงความกล้าหาญลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าสลดใจ หลังถูกรถกระบะของกลุ่มวัยรุ่นพุ่งชน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 31 ตุลาคม ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 บริเวณทางขึ้นสะพานดอนจั่น ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ขาเข้าเมืองเชียงใหม่ ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้รับแจ้งเหตุและรุดเข้าตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์ล้มเสียหาย 5 คัน โดยมี 1 คันเกิดเพลิงลุกไหม้ นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนและซองใส่อาวุธปืนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคนได้รวมตัวกันและแบ่งเป็นสองกลุ่ม ก่อนจะเปิดฉากไล่ทำร้ายกันไปตามเส้นทาง มีเสียงปืนและเสียงระเบิดดังขึ้นหลายนัด ก่อนที่รถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุจะเสียหลักพุ่งชนรถที่จอดอยู่ข้างทาง รวมถึงรถของประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา ทำให้เกิดความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามคดี โดยตำรวจ สภ.แม่ปิง กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104808 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12065
    0 ความคิดเห็น 0 หุ้น 66 จำนวนการรับชม 0 รีวิว
  • คนขับกระบะชนผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิตที่เชียงใหม่ เข้ามอบตัว อ้างหลบกระสุนคู่อริ ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ

    คนขับรถกระบะที่ก่อเหตุชนนางสาวกนกรัตน์ ยศธิวงค์ ผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิต ขณะลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่น ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรถยนต์คันเกิดเหตุ

    ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า ขณะเกิดเหตุได้ก้มหลบกระสุนปืนจากกลุ่มคู่อริ และกลัวถูกทำร้าย จึงทำให้รถพุ่งชน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การดังกล่าว และตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะขับรถมาด้วยความเร็วและประมาท

    พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาททั้งสองกลุ่มแล้ว ซึ่งมีประวัติเคยถูกจับกุมและก่อเหตุซ้ำอีก โดยส่วนใหญ่มีอายุ 20-25 ปี และมีพฤติกรรมชอบรวมกลุ่มกัน

    ตำรวจจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งสองกลุ่มในข้อหาชุมนุมต่อสู้ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด รวมถึงตรวจสอบว่าผู้ปกครองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสนับสนุนการก่อเหตุหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10457375
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12067
    คนขับกระบะชนผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิตที่เชียงใหม่ เข้ามอบตัว อ้างหลบกระสุนคู่อริ ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ คนขับรถกระบะที่ก่อเหตุชนนางสาวกนกรัตน์ ยศธิวงค์ ผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิต ขณะลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่น ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรถยนต์คันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า ขณะเกิดเหตุได้ก้มหลบกระสุนปืนจากกลุ่มคู่อริ และกลัวถูกทำร้าย จึงทำให้รถพุ่งชน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การดังกล่าว และตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะขับรถมาด้วยความเร็วและประมาท พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาททั้งสองกลุ่มแล้ว ซึ่งมีประวัติเคยถูกจับกุมและก่อเหตุซ้ำอีก โดยส่วนใหญ่มีอายุ 20-25 ปี และมีพฤติกรรมชอบรวมกลุ่มกัน ตำรวจจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งสองกลุ่มในข้อหาชุมนุมต่อสู้ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด รวมถึงตรวจสอบว่าผู้ปกครองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสนับสนุนการก่อเหตุหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10457375 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12067
    0 ความคิดเห็น 0 หุ้น 75 จำนวนการรับชม 0 รีวิว
  • อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ติดอันดับ Green Destinations Top 100 Stories 2026 ชูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับ Green Destinations Top 100 Stories 2026 ซึ่งเป็นการประกาศผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ สาธารณรัฐสโลวีเนีย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จนี้ โดยเวทีดังกล่าวรวบรวมและเผยแพร่เรื่องราวแนวปฏิบัติที่ดีจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกที่เน้นการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาการท่องเที่ยว ในปีนี้มีแหล่งท่องเที่ยวไทย 16 แห่งได้รับคัดเลือก โดยดอยอินทนนท์เป็นหนึ่งในแหล่งที่ ททท. สนับสนุนในการนำเสนอแนวทางสู่เวทีนานาชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืน ประจำปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับเกณฑ์ความยั่งยืนระดับสากล

    ททท. เชื่อว่าความสำเร็จนี้จะช่วยเผยแพร่ศักยภาพของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ผ่านเครือข่ายการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับนานาชาติ สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้แหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการไทยยกระดับมาตรฐาน โดยสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น

    เครดิตภาพประกอบ: มติชน | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: มติชน https://www.matichon.co.th/region/news_5956926
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12069
    อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ติดอันดับ Green Destinations Top 100 Stories 2026 ชูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับ Green Destinations Top 100 Stories 2026 ซึ่งเป็นการประกาศผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ สาธารณรัฐสโลวีเนีย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จนี้ โดยเวทีดังกล่าวรวบรวมและเผยแพร่เรื่องราวแนวปฏิบัติที่ดีจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกที่เน้นการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาการท่องเที่ยว ในปีนี้มีแหล่งท่องเที่ยวไทย 16 แห่งได้รับคัดเลือก โดยดอยอินทนนท์เป็นหนึ่งในแหล่งที่ ททท. สนับสนุนในการนำเสนอแนวทางสู่เวทีนานาชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืน ประจำปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับเกณฑ์ความยั่งยืนระดับสากล ททท. เชื่อว่าความสำเร็จนี้จะช่วยเผยแพร่ศักยภาพของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ผ่านเครือข่ายการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับนานาชาติ สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้แหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการไทยยกระดับมาตรฐาน โดยสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น เครดิตภาพประกอบ: มติชน | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: มติชน https://www.matichon.co.th/region/news_5956926 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12069
    0 ความคิดเห็น 0 หุ้น 78 จำนวนการรับชม 0 รีวิว
  • พะเยาเผชิญแผ่นดินไหว 3.9 ตามด้วยพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ต้นไม้ล้มขวางถนนหลายจุด การจราจรติดขัด

    จังหวัดพะเยาเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนในวันเดียว โดยเริ่มต้นด้วยเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.9 มีศูนย์กลางอยู่ที่ตำบลควร อำเภอปง เมื่อเวลาประมาณ 12.01 น. ซึ่งประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงอำเภอเชียงม่วน สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้

    ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ท้องฟ้าเหนือจังหวัดพะเยาถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาแน่นและเปลี่ยนเป็นสีแดงทั่วผืนฟ้า สร้างความแปลกตาให้กับผู้พบเห็น ก่อนจะเกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ กระแสลมจากพายุฝนได้พัดต้นไม้และกิ่งไม้ขนาดใหญ่หักโค่นลงมาขวางถนนสายบ้านปางงุ้น-ปางม่วง-เชียงม่วน ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก มีรถสะสมจอดรอต่อแถวยาวหลายกิโลเมตร

    หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ได้เร่งนำอุปกรณ์เข้าตัดแต่งกิ่งไม้และเคลื่อนย้ายต้นไม้ที่ล้มขวางผิวจราจรออกจากเส้นทาง เพื่อเปิดทางให้รถสามารถสัญจรผ่านได้ โดยต้องปฏิบัติงานท่ามกลางฝนที่ยังตกหนักและกระแสลมที่พัดแรงอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศที่แปรปรวนนี้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอเชียงม่วน จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณา และติดตามประกาศเตือนสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดกิ่งไม้หักโค่นและอุปสรรคบนเส้นทางเพิ่มเติม

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104818
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12071
    พะเยาเผชิญแผ่นดินไหว 3.9 ตามด้วยพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ต้นไม้ล้มขวางถนนหลายจุด การจราจรติดขัด จังหวัดพะเยาเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนในวันเดียว โดยเริ่มต้นด้วยเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.9 มีศูนย์กลางอยู่ที่ตำบลควร อำเภอปง เมื่อเวลาประมาณ 12.01 น. ซึ่งประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงอำเภอเชียงม่วน สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ท้องฟ้าเหนือจังหวัดพะเยาถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาแน่นและเปลี่ยนเป็นสีแดงทั่วผืนฟ้า สร้างความแปลกตาให้กับผู้พบเห็น ก่อนจะเกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ กระแสลมจากพายุฝนได้พัดต้นไม้และกิ่งไม้ขนาดใหญ่หักโค่นลงมาขวางถนนสายบ้านปางงุ้น-ปางม่วง-เชียงม่วน ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก มีรถสะสมจอดรอต่อแถวยาวหลายกิโลเมตร หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ได้เร่งนำอุปกรณ์เข้าตัดแต่งกิ่งไม้และเคลื่อนย้ายต้นไม้ที่ล้มขวางผิวจราจรออกจากเส้นทาง เพื่อเปิดทางให้รถสามารถสัญจรผ่านได้ โดยต้องปฏิบัติงานท่ามกลางฝนที่ยังตกหนักและกระแสลมที่พัดแรงอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศที่แปรปรวนนี้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอเชียงม่วน จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณา และติดตามประกาศเตือนสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดกิ่งไม้หักโค่นและอุปสรรคบนเส้นทางเพิ่มเติม เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104818 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12071
    0 ความคิดเห็น 0 หุ้น 79 จำนวนการรับชม 0 รีวิว
  • รอง ผบช.ภาค 5 เร่งคดีแก๊งวัยรุ่นวิวาทกลางถนนเชียงใหม่ พยาบาลพลเมืองดีถูกลูกหลงเสียชีวิต

    รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีแก๊งวัยรุ่นก่อเหตุวิวาทกลางถนนในเมืองเชียงใหม่ จนเป็นเหตุให้ผู้ช่วยพยาบาลพลเมืองดีเสียชีวิตจากรถกระบะคู่กรณีพุ่งชน พลตำรวจตรีธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดถึงที่สุด พร้อมเตือนสติผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างถูกต้อง

    เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณริมถนนหน้าร้านแรด ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แก๊งวัยรุ่นสองกลุ่มนัดเคลียร์ปัญหาและก่อเหตุยิง ปาระเบิดปิงปอง น.ส.กนกรัตน์ ยศธิวงค์ ผู้ช่วยพยาบาลวัย 24 ปี ชาวลำพูน ขับรถผ่านและเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ จึงจอดรถเพื่อจะเข้าช่วยเหลือ แต่กลับถูกรถกระบะของกลุ่มผู้ก่อเหตุพุ่งชนเสียชีวิต

    จากการสอบสวน ตำรวจทราบกลุ่มผู้กระทำผิดทั้งหมดแล้ว สาเหตุจากความบาดหมางและท้าทายกันในโซเชียล ก่อนนัดหมายมาปะทะกัน ผู้ต้องหาอ้างว่าก้มหลบกระสุนจึงเสียหลักพุ่งชน แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จะดำเนินคดีทั้งสองกลุ่มในข้อหาชุลมุนต่อสู้ ตรวจสอบประวัติความผิดย้อนหลัง พิจารณาถอนประกันตัว และเสนอให้ยึดรถทั้งหมดไว้เป็นของกลาง

    น.ส.กนกรัตน์ ผู้เสียชีวิต ถือเป็นพลเมืองดีที่พยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ตำรวจจะประสานกับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104822
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12073
    รอง ผบช.ภาค 5 เร่งคดีแก๊งวัยรุ่นวิวาทกลางถนนเชียงใหม่ พยาบาลพลเมืองดีถูกลูกหลงเสียชีวิต รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีแก๊งวัยรุ่นก่อเหตุวิวาทกลางถนนในเมืองเชียงใหม่ จนเป็นเหตุให้ผู้ช่วยพยาบาลพลเมืองดีเสียชีวิตจากรถกระบะคู่กรณีพุ่งชน พลตำรวจตรีธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดถึงที่สุด พร้อมเตือนสติผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างถูกต้อง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณริมถนนหน้าร้านแรด ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แก๊งวัยรุ่นสองกลุ่มนัดเคลียร์ปัญหาและก่อเหตุยิง ปาระเบิดปิงปอง น.ส.กนกรัตน์ ยศธิวงค์ ผู้ช่วยพยาบาลวัย 24 ปี ชาวลำพูน ขับรถผ่านและเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ จึงจอดรถเพื่อจะเข้าช่วยเหลือ แต่กลับถูกรถกระบะของกลุ่มผู้ก่อเหตุพุ่งชนเสียชีวิต จากการสอบสวน ตำรวจทราบกลุ่มผู้กระทำผิดทั้งหมดแล้ว สาเหตุจากความบาดหมางและท้าทายกันในโซเชียล ก่อนนัดหมายมาปะทะกัน ผู้ต้องหาอ้างว่าก้มหลบกระสุนจึงเสียหลักพุ่งชน แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จะดำเนินคดีทั้งสองกลุ่มในข้อหาชุลมุนต่อสู้ ตรวจสอบประวัติความผิดย้อนหลัง พิจารณาถอนประกันตัว และเสนอให้ยึดรถทั้งหมดไว้เป็นของกลาง น.ส.กนกรัตน์ ผู้เสียชีวิต ถือเป็นพลเมืองดีที่พยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ตำรวจจะประสานกับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวต่อไป เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104822 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12073
    0 ความคิดเห็น 0 หุ้น 75 จำนวนการรับชม 0 รีวิว
  • แผ่นดินไหว 5 ครั้งติด เขย่า อ.ปง พะเยา ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

    เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพะเยา โดยตรวจพบการสั่นสะเทือนต่อเนื่องถึง 5 ครั้ง ภายในวันเดียว

    เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.01 น. มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณ ต.ควร อ.ปง จ.พะเยา วัดขนาดได้ 3.9 แมกนิจูด ที่ความลึกเพียง 1 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการสั่นสะเทือนที่ค่อนข้างตื้น

    หลังจากนั้น กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวยังคงรายงานการเกิดแผ่นดินไหวตามมาอีก 4 ครั้งในพื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา ในวันเดียวกัน ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชน

    ผู้สื่อข่าวได้รวบรวมข้อมูลจากประชาชนที่แจ้งผ่านเว็บไซต์ของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว พบว่ามีหลายพื้นที่ในจังหวัดพะเยาที่สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้ง 5 ครั้งนี้ได้อย่างชัดเจน

    เครดิตภาพประกอบ: มติชน | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: มติชน https://www.matichon.co.th/region/news_5957014
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12075
    แผ่นดินไหว 5 ครั้งติด เขย่า อ.ปง พะเยา ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพะเยา โดยตรวจพบการสั่นสะเทือนต่อเนื่องถึง 5 ครั้ง ภายในวันเดียว เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.01 น. มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณ ต.ควร อ.ปง จ.พะเยา วัดขนาดได้ 3.9 แมกนิจูด ที่ความลึกเพียง 1 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการสั่นสะเทือนที่ค่อนข้างตื้น หลังจากนั้น กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวยังคงรายงานการเกิดแผ่นดินไหวตามมาอีก 4 ครั้งในพื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา ในวันเดียวกัน ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชน ผู้สื่อข่าวได้รวบรวมข้อมูลจากประชาชนที่แจ้งผ่านเว็บไซต์ของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว พบว่ามีหลายพื้นที่ในจังหวัดพะเยาที่สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้ง 5 ครั้งนี้ได้อย่างชัดเจน เครดิตภาพประกอบ: มติชน | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: มติชน https://www.matichon.co.th/region/news_5957014 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12075
    0 ความคิดเห็น 0 หุ้น 65 จำนวนการรับชม 0 รีวิว
  • ดอยธิเบศร์สั่งปลด ผจก.บ้านดำ เซ่นปมสงสัยเบิกเงินบริจาคกู้ภัยฯไม่โปร่งใส เตรียมสอบเส้นทางการเงิน

    ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บ้านดำ อ.เมืองเชียงราย บุตรชายของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์บ้านดำพ้นจากตำแหน่งและสิ้นสุดสภาพการเป็นพนักงาน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

    คำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องจากข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิกู้ภัยแห่งหนึ่งใน อ.เมืองเชียงราย ซึ่งผู้จัดการคนดังกล่าวเป็นประธานมูลนิธิฯ ด้วย โดยมีข้อมูลว่าอาจมีการเบิกถอนเงินจำนวนมากไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผล

    แม้จะมีการเรียกร้องให้ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคภายใน 7 วัน และขยายเวลาเป็น 18 วัน แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมากว่า 30 วันถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ก็ยังไม่ได้รับคำชี้แจงหรือความคืบหน้าใดๆ ทำให้เกิดความกังวลอย่างร้ายแรงต่อจริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ

    พิพิธภัณฑ์บ้านดำยืนยันว่าจะเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบการรับบริจาค และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการเงินย้อนหลังอย่างจริงจัง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องโดยไม่ละเว้น เพื่อรักษาชื่อเสียงและเกียรติภูมิของพิพิธภัณฑ์ และยืนยันว่าเงินบริจาคทุกบาทต้องตรวจสอบได้

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104901
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12077
    ดอยธิเบศร์สั่งปลด ผจก.บ้านดำ เซ่นปมสงสัยเบิกเงินบริจาคกู้ภัยฯไม่โปร่งใส เตรียมสอบเส้นทางการเงิน ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บ้านดำ อ.เมืองเชียงราย บุตรชายของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์บ้านดำพ้นจากตำแหน่งและสิ้นสุดสภาพการเป็นพนักงาน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป คำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องจากข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิกู้ภัยแห่งหนึ่งใน อ.เมืองเชียงราย ซึ่งผู้จัดการคนดังกล่าวเป็นประธานมูลนิธิฯ ด้วย โดยมีข้อมูลว่าอาจมีการเบิกถอนเงินจำนวนมากไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผล แม้จะมีการเรียกร้องให้ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคภายใน 7 วัน และขยายเวลาเป็น 18 วัน แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมากว่า 30 วันถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ก็ยังไม่ได้รับคำชี้แจงหรือความคืบหน้าใดๆ ทำให้เกิดความกังวลอย่างร้ายแรงต่อจริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ พิพิธภัณฑ์บ้านดำยืนยันว่าจะเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบการรับบริจาค และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการเงินย้อนหลังอย่างจริงจัง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องโดยไม่ละเว้น เพื่อรักษาชื่อเสียงและเกียรติภูมิของพิพิธภัณฑ์ และยืนยันว่าเงินบริจาคทุกบาทต้องตรวจสอบได้ เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104901 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12077
    0 ความคิดเห็น 0 หุ้น 76 จำนวนการรับชม 0 รีวิว
  • นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสลมหนาวดอยอินทนนท์ ชมทะเลหมอกขาวโพลนท่ามกลางองค์พระมหาธาตุเจดีย์คู่

    เชียงใหม่ - บรรยากาศการท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้ามืด นักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันขึ้นไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นและสัมผัสแสงแรกของวันที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 12 องศาเซลเซียสที่จุดชมวิว และ 11 องศาเซลเซียสบริเวณยอดดอย

    นักท่องเที่ยวต่างตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของทะเลหมอกสีขาวหนาแน่นที่ลอยปกคลุมหุบเขาและทิวเขาสลับซับซ้อนสุดสายตา โดยมีพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญและจุดชมทัศนียภาพมุมสูง เป็นฉากหลังอันงดงาม ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติในช่วงฤดูหนาวอย่างต่อเนื่อง

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104967
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12079
    นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสลมหนาวดอยอินทนนท์ ชมทะเลหมอกขาวโพลนท่ามกลางองค์พระมหาธาตุเจดีย์คู่ เชียงใหม่ - บรรยากาศการท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้ามืด นักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันขึ้นไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นและสัมผัสแสงแรกของวันที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 12 องศาเซลเซียสที่จุดชมวิว และ 11 องศาเซลเซียสบริเวณยอดดอย นักท่องเที่ยวต่างตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของทะเลหมอกสีขาวหนาแน่นที่ลอยปกคลุมหุบเขาและทิวเขาสลับซับซ้อนสุดสายตา โดยมีพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญและจุดชมทัศนียภาพมุมสูง เป็นฉากหลังอันงดงาม ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติในช่วงฤดูหนาวอย่างต่อเนื่อง เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000104967 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12079
    0 ความคิดเห็น 0 หุ้น 70 จำนวนการรับชม 0 รีวิว
  • ฮือฮาทั่วกว๊านพะเยา! เซียนเบ็ดตกปลาค้าวยักษ์หนักกว่า 15 กก. สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ

    ที่บริเวณริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในหมู่นักตกปลาและผู้ที่พบเห็น เมื่อนักตกปลารายหนึ่งสามารถตกปลาค้าวขนาดใหญ่ได้สำเร็จ โดยปลาตัวดังกล่าวมีน้ำหนักมากกว่า 15 กิโลกรัม สร้างความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษและไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนักในแหล่งน้ำธรรมชาติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 และกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในพื้นที่

    ความตื่นเต้นได้แพร่กระจายไปทั่วกลุ่มนักตกปลาที่อยู่บริเวณดังกล่าว ต่างพากันเข้ามาดูและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เนื่องจากปลาค้าวตัวนี้มีขนาดใหญ่มากจนต้องใช้คนถึงสองคนช่วยกันประคองขึ้นมา ซึ่งสร้างความประทับใจและตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบการตกปลาเป็นอย่างยิ่ง

    ปลาค้าวที่จับได้มีลักษณะลำตัวหนาและยาว สีดำอมเทา หัวใหญ่ ปากกว้าง พร้อมหนวดรอบปาก การที่ปลาสามารถเติบโตได้ถึงขนาดนี้ในกว๊านพะเยา สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติแห่งนี้ ซึ่งเชื่อมโยงกับลุ่มน้ำอิงและลุ่มน้ำโขง อันเป็นแหล่งอาศัยของปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด การตกปลาค้าวขนาดใหญ่ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกกล่าวขวัญถึงในหมู่นักตกปลาและผู้ที่สนใจธรรมชาติริมกว๊านพะเยา

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10458042
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12081
    ฮือฮาทั่วกว๊านพะเยา! เซียนเบ็ดตกปลาค้าวยักษ์หนักกว่า 15 กก. สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ ที่บริเวณริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในหมู่นักตกปลาและผู้ที่พบเห็น เมื่อนักตกปลารายหนึ่งสามารถตกปลาค้าวขนาดใหญ่ได้สำเร็จ โดยปลาตัวดังกล่าวมีน้ำหนักมากกว่า 15 กิโลกรัม สร้างความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษและไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนักในแหล่งน้ำธรรมชาติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 และกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในพื้นที่ ความตื่นเต้นได้แพร่กระจายไปทั่วกลุ่มนักตกปลาที่อยู่บริเวณดังกล่าว ต่างพากันเข้ามาดูและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เนื่องจากปลาค้าวตัวนี้มีขนาดใหญ่มากจนต้องใช้คนถึงสองคนช่วยกันประคองขึ้นมา ซึ่งสร้างความประทับใจและตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบการตกปลาเป็นอย่างยิ่ง ปลาค้าวที่จับได้มีลักษณะลำตัวหนาและยาว สีดำอมเทา หัวใหญ่ ปากกว้าง พร้อมหนวดรอบปาก การที่ปลาสามารถเติบโตได้ถึงขนาดนี้ในกว๊านพะเยา สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติแห่งนี้ ซึ่งเชื่อมโยงกับลุ่มน้ำอิงและลุ่มน้ำโขง อันเป็นแหล่งอาศัยของปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด การตกปลาค้าวขนาดใหญ่ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกกล่าวขวัญถึงในหมู่นักตกปลาและผู้ที่สนใจธรรมชาติริมกว๊านพะเยา เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10458042 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12081
    0 ความคิดเห็น 0 หุ้น 65 จำนวนการรับชม 0 รีวิว