• อส.แม่ฮ่องสอนเสียชีวิตคาห้องน้ำ คาดดื่มเหล้าหนักจนอ้วกเป็นเลือด พบขวดเหล้าขาวนับสิบขวดในที่เกิดเหตุ

    เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เข้าตรวจสอบเหตุพบศพชายเสียชีวิตภายในบ้านพักแห่งหนึ่งบนถนนปางล้อนิคม ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนสองชั้น บริเวณห้องน้ำชั้นล่างพบร่างของนายหมู่โท ชัชวาลย์ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ 1 นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนพื้น

    จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย แต่พบคราบเลือดหลายจุดบนพื้นห้องน้ำ และไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นข้าวของภายในห้อง นอกจากนี้ยังพบขวดเหล้าขาวตั้งเรียงกันอยู่ประมาณ 10 ขวด

    สอบสวนทราบว่าผู้ตายอาศัยอยู่กับบุตรชายเพียงสองคน และมีพฤติกรรมชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ ก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ลางานกับต้นสังกัดโดยแจ้งว่ามีอาการเจ็บป่วย กระทั่งผ่านไปสองวันจึงมีผู้มาพบเป็นศพเสียชีวิตคาห้องน้ำ

    เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า การดื่มเหล้าอย่างหนักเป็นประจำอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือตับ จนอาเจียนออกมาเป็นเลือดและเสียชีวิตในที่สุด เนื่องจากขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการชันสูตรศพและรวบรวมหลักฐานเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10459629
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12109
    อส.แม่ฮ่องสอนเสียชีวิตคาห้องน้ำ คาดดื่มเหล้าหนักจนอ้วกเป็นเลือด พบขวดเหล้าขาวนับสิบขวดในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เข้าตรวจสอบเหตุพบศพชายเสียชีวิตภายในบ้านพักแห่งหนึ่งบนถนนปางล้อนิคม ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนสองชั้น บริเวณห้องน้ำชั้นล่างพบร่างของนายหมู่โท ชัชวาลย์ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ 1 นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนพื้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย แต่พบคราบเลือดหลายจุดบนพื้นห้องน้ำ และไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นข้าวของภายในห้อง นอกจากนี้ยังพบขวดเหล้าขาวตั้งเรียงกันอยู่ประมาณ 10 ขวด สอบสวนทราบว่าผู้ตายอาศัยอยู่กับบุตรชายเพียงสองคน และมีพฤติกรรมชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ ก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ลางานกับต้นสังกัดโดยแจ้งว่ามีอาการเจ็บป่วย กระทั่งผ่านไปสองวันจึงมีผู้มาพบเป็นศพเสียชีวิตคาห้องน้ำ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า การดื่มเหล้าอย่างหนักเป็นประจำอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือตับ จนอาเจียนออกมาเป็นเลือดและเสียชีวิตในที่สุด เนื่องจากขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการชันสูตรศพและรวบรวมหลักฐานเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10459629 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12109
    0 Comments 0 Shares 51 Views 0 Reviews
  • คุมตัวหนุ่มเมียนมาขับกระบะชนผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิต ฝากขังศาลเชียงใหม่ แจ้ง 3 ข้อหาหนัก ค้านประกัน

    เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้คุมตัวนายเมือง ชาวเมียนมา ผู้ต้องหาขับรถกระบะชนผู้ช่วยพยาบาลสาวเสียชีวิต ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ หลังสอบปากคำเพิ่มเติมและทำสำนวนส่งฟ้อง โดยตำรวจได้ทำเรื่องคัดค้านการประกันตัวด้วย

    เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกัน และนายเมืองได้ขับรถกระบะชนผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิต ต่อมาผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ ซึ่งได้ยึดรถยนต์กระบะและเก๋งรวม 7 คัน รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ถูกชนอีก 5 คัน เป็นของกลาง นอกจากนี้ยังได้สอบปากคำกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมก่อเหตุไปแล้ว 20 คน และแจ้งข้อหาซ่องโจร

    ขณะที่นายเมืองถูกคุมตัว แฟนสาวและเพื่อนร่วมแก๊งหลายสิบคนได้เดินทางมาให้กำลังใจที่โรงพัก อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาปิดปากเงียบ ไม่แสดงท่าทีสะทกสะท้านหรือสำนึกผิด เมื่อถูกถามว่าเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ เบื้องต้นตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ ขับรถประมาทไม่คำนึงถึงความปลอดภัย, ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และซ่องโจร

    พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง เปิดเผยว่า ตำรวจ สภ.แม่ปิง ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เชิงรุก ดูแลพื้นที่เสี่ยง ป้องกันเหตุอาชญากรรม และเหตุความไม่สงบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการรวมกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ใต้สะพานดอนจั่น ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10459503
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12111
    คุมตัวหนุ่มเมียนมาขับกระบะชนผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิต ฝากขังศาลเชียงใหม่ แจ้ง 3 ข้อหาหนัก ค้านประกัน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้คุมตัวนายเมือง ชาวเมียนมา ผู้ต้องหาขับรถกระบะชนผู้ช่วยพยาบาลสาวเสียชีวิต ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ หลังสอบปากคำเพิ่มเติมและทำสำนวนส่งฟ้อง โดยตำรวจได้ทำเรื่องคัดค้านการประกันตัวด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกัน และนายเมืองได้ขับรถกระบะชนผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิต ต่อมาผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ ซึ่งได้ยึดรถยนต์กระบะและเก๋งรวม 7 คัน รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ถูกชนอีก 5 คัน เป็นของกลาง นอกจากนี้ยังได้สอบปากคำกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมก่อเหตุไปแล้ว 20 คน และแจ้งข้อหาซ่องโจร ขณะที่นายเมืองถูกคุมตัว แฟนสาวและเพื่อนร่วมแก๊งหลายสิบคนได้เดินทางมาให้กำลังใจที่โรงพัก อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาปิดปากเงียบ ไม่แสดงท่าทีสะทกสะท้านหรือสำนึกผิด เมื่อถูกถามว่าเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ เบื้องต้นตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ ขับรถประมาทไม่คำนึงถึงความปลอดภัย, ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และซ่องโจร พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง เปิดเผยว่า ตำรวจ สภ.แม่ปิง ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เชิงรุก ดูแลพื้นที่เสี่ยง ป้องกันเหตุอาชญากรรม และเหตุความไม่สงบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการรวมกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ใต้สะพานดอนจั่น ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10459503 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12111
    0 Comments 0 Shares 52 Views 0 Reviews
  • เชียงใหม่เตรียมจัดงาน Halal Food Street ครั้งที่ 4 รวมอาหารฮาลาลกว่า 75 ร้าน ดึงดูดนักท่องเที่ยวสัมผัสวัฒนธรรมหลากหลาย

    สมาคมท่องเที่ยวฮาลาลเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงาน Halal Food Street ครั้งที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 ณ มัสยิดบ้านฮ่อ ถนนเจริญประเทศ ซอย 1 อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีนางกรกช โขนงนุช นายกสมาคมฯ ร่วมแถลงข่าวถึงความพร้อมของงาน

    โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของคนต่างเชื้อชาติและศาสนาในชุมชน รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอาหารหลากหลาย เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่

    ภายในงานผู้เข้าร่วมจะได้พบกับร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 75 ร้าน ที่นำเสนอเมนูจากหลากหลายวัฒนธรรม อาทิ อาหารจีนยูนนาน อาหารปากีสถาน ขนมไทย อาหารตะวันตก และอาหารเมืองเหนือสูตรฮาลาล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสังคมพหุวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

    อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือ Workshop ทำอาหารฮาลาลวันละ 2 เมนู ตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้และสัมผัสความแตกต่างที่กลมเกลียวของคนในพื้นที่ พร้อมต่อยอดศักยภาพของเชฟเชียงใหม่สู่ระดับสากลในอนาคต

    เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/557066
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12113
    เชียงใหม่เตรียมจัดงาน Halal Food Street ครั้งที่ 4 รวมอาหารฮาลาลกว่า 75 ร้าน ดึงดูดนักท่องเที่ยวสัมผัสวัฒนธรรมหลากหลาย สมาคมท่องเที่ยวฮาลาลเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงาน Halal Food Street ครั้งที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 ณ มัสยิดบ้านฮ่อ ถนนเจริญประเทศ ซอย 1 อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีนางกรกช โขนงนุช นายกสมาคมฯ ร่วมแถลงข่าวถึงความพร้อมของงาน โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของคนต่างเชื้อชาติและศาสนาในชุมชน รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอาหารหลากหลาย เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ ภายในงานผู้เข้าร่วมจะได้พบกับร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 75 ร้าน ที่นำเสนอเมนูจากหลากหลายวัฒนธรรม อาทิ อาหารจีนยูนนาน อาหารปากีสถาน ขนมไทย อาหารตะวันตก และอาหารเมืองเหนือสูตรฮาลาล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสังคมพหุวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงอาหาร อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือ Workshop ทำอาหารฮาลาลวันละ 2 เมนู ตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้และสัมผัสความแตกต่างที่กลมเกลียวของคนในพื้นที่ พร้อมต่อยอดศักยภาพของเชฟเชียงใหม่สู่ระดับสากลในอนาคต เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/557066 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12113
    0 Comments 0 Shares 52 Views 0 Reviews
  • ไฟไหม้บ้านและร้านอาหารตามสั่งใกล้แฟลตตำรวจเก่าลำปาง เจ้าหน้าที่เร่งควบคุมเพลิง (คลิป)

    เกิดเหตุไฟไหม้บ้านและร้านอาหารตามสั่ง บริเวณใกล้เคียงแฟลตตำรวจเก่า ถนนเจริญประเทศ ในเขตเทศบาลนครลำปาง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งควบคุมเพลิง

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวด่วนนครลำปาง | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวด่วนนครลำปาง https://www.facebook.com/100064056432198/videos/1134509939111396
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา
    เครดิตคลิป: ข่าวด่วนนครลำปาง

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12115
    ไฟไหม้บ้านและร้านอาหารตามสั่งใกล้แฟลตตำรวจเก่าลำปาง เจ้าหน้าที่เร่งควบคุมเพลิง (คลิป) เกิดเหตุไฟไหม้บ้านและร้านอาหารตามสั่ง บริเวณใกล้เคียงแฟลตตำรวจเก่า ถนนเจริญประเทศ ในเขตเทศบาลนครลำปาง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งควบคุมเพลิง เครดิตภาพประกอบ: ข่าวด่วนนครลำปาง | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวด่วนนครลำปาง https://www.facebook.com/100064056432198/videos/1134509939111396 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา เครดิตคลิป: ข่าวด่วนนครลำปาง อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12115
    0 Comments 0 Shares 65 Views 0 0 Reviews
  • เยาวชนแม่ฮ่องสอนคว้ารางวัลชนะเลิศ RDPB Camp ด้วยนวัตกรรมฟื้นฟูชุมชนหลังภัยพิบัติ

    ทีมเยาวชน "กล้วยไม้หอมเอื้องแซะ 3" จากวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการเยาวชนอาสาสานต่อพระราชดำริ RDPB Camp รุ่นที่ 16 ด้วยนวัตกรรม "4F Royal Resilience Model" ซึ่งมุ่งเน้นการฟื้นฟูชุมชนหลังภัยพิบัติโดยใช้ทรัพยากรท้องถิ่น โมเดลนี้พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความยั่งยืนให้กับพื้นที่สูงของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผลงานดังกล่าวได้พัฒนาฐานการเรียนรู้ 4 ด้าน ได้แก่ การผลิตอาหารสัตว์ การทำปุ๋ย การผลิตถ่านชีวภาพ และการเรียนรู้เพื่อฟื้นฟูชุมชน เยาวชนนำวัสดุเหลือใช้ในชุมชน เช่น หนอนแมลงวันลาย เศษไม้ และใบไม้ มาสร้างประโยชน์ ลดต้นทุน และช่วยแก้ปัญหาหมอกควัน รวมถึงฟื้นฟูดินหลังน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากทีมจากแม่ฮ่องสอนแล้ว ยังมีเยาวชนจากจังหวัดในภาคเหนือตอนบนที่ได้รับรางวัล อาทิ ทีมฮักฟ้าล้านนา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และทีม ChiangRise จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รวมถึงทีม Bio-physical agents จากมหาวิทยาลัยพะเยา ที่ได้รับรางวัลชมเชย ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนพลังของคนรุ่นใหม่ในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสานกับนวัตกรรมและศาสตร์พระราชา เพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว โครงการ RDPB Camp ยังส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้การทำงานร่วมกับคนต่างวัย และนำองค์ความรู้ไปขยายผลสู่ชุมชน

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10459953
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12117
    เยาวชนแม่ฮ่องสอนคว้ารางวัลชนะเลิศ RDPB Camp ด้วยนวัตกรรมฟื้นฟูชุมชนหลังภัยพิบัติ ทีมเยาวชน "กล้วยไม้หอมเอื้องแซะ 3" จากวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการเยาวชนอาสาสานต่อพระราชดำริ RDPB Camp รุ่นที่ 16 ด้วยนวัตกรรม "4F Royal Resilience Model" ซึ่งมุ่งเน้นการฟื้นฟูชุมชนหลังภัยพิบัติโดยใช้ทรัพยากรท้องถิ่น โมเดลนี้พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความยั่งยืนให้กับพื้นที่สูงของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผลงานดังกล่าวได้พัฒนาฐานการเรียนรู้ 4 ด้าน ได้แก่ การผลิตอาหารสัตว์ การทำปุ๋ย การผลิตถ่านชีวภาพ และการเรียนรู้เพื่อฟื้นฟูชุมชน เยาวชนนำวัสดุเหลือใช้ในชุมชน เช่น หนอนแมลงวันลาย เศษไม้ และใบไม้ มาสร้างประโยชน์ ลดต้นทุน และช่วยแก้ปัญหาหมอกควัน รวมถึงฟื้นฟูดินหลังน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากทีมจากแม่ฮ่องสอนแล้ว ยังมีเยาวชนจากจังหวัดในภาคเหนือตอนบนที่ได้รับรางวัล อาทิ ทีมฮักฟ้าล้านนา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และทีม ChiangRise จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รวมถึงทีม Bio-physical agents จากมหาวิทยาลัยพะเยา ที่ได้รับรางวัลชมเชย ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนพลังของคนรุ่นใหม่ในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสานกับนวัตกรรมและศาสตร์พระราชา เพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว โครงการ RDPB Camp ยังส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้การทำงานร่วมกับคนต่างวัย และนำองค์ความรู้ไปขยายผลสู่ชุมชน เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10459953 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12117
    0 Comments 0 Shares 53 Views 0 Reviews
  • ยอดพระธาตุวัดใหม่หนองหอย ดอยหล่อ เชียงใหม่ หักโค่นเสียหาย คาดฝนหนักทำดินภายในอ่อนตัว

    ยอดพระธาตุวัดใหม่หนองหอย อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ได้หักโค่นลงมาได้รับความเสียหายเมื่อช่วงสายของวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดยสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากฝนที่ตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ในตัวเจดีย์สะสมน้ำเป็นเวลานาน จนดินภายในองค์พระธาตุอ่อนตัวลง

    นายวัฒนา สาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สาขาฮอด ได้ร่วมกับนายอำเภอดอยหล่อ สำนักพุทธศาสนา กรมศิลปากร ทหารพัฒนา เทศบาลตำบลสันติสุข และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบสภาพความเสียหายขององค์พระธาตุที่หักโค่นแล้ว

    หลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียด พร้อมเร่งฟื้นฟูบูรณะองค์พระธาตุให้กลับคืนสู่สภาพเดิมตามความศรัทธาของชุมชน และเสริมสร้างความแข็งแรงปลอดภัยยิ่งขึ้นในอนาคต

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10459908
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12119
    ยอดพระธาตุวัดใหม่หนองหอย ดอยหล่อ เชียงใหม่ หักโค่นเสียหาย คาดฝนหนักทำดินภายในอ่อนตัว ยอดพระธาตุวัดใหม่หนองหอย อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ได้หักโค่นลงมาได้รับความเสียหายเมื่อช่วงสายของวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดยสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากฝนที่ตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ในตัวเจดีย์สะสมน้ำเป็นเวลานาน จนดินภายในองค์พระธาตุอ่อนตัวลง นายวัฒนา สาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สาขาฮอด ได้ร่วมกับนายอำเภอดอยหล่อ สำนักพุทธศาสนา กรมศิลปากร ทหารพัฒนา เทศบาลตำบลสันติสุข และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบสภาพความเสียหายขององค์พระธาตุที่หักโค่นแล้ว หลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียด พร้อมเร่งฟื้นฟูบูรณะองค์พระธาตุให้กลับคืนสู่สภาพเดิมตามความศรัทธาของชุมชน และเสริมสร้างความแข็งแรงปลอดภัยยิ่งขึ้นในอนาคต เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10459908 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12119
    0 Comments 0 Shares 53 Views 0 Reviews
  • ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่รวบหนุ่มฮ่องกงคาโรงแรมกลางเมือง พบอยู่เกินกำหนด 17 วัน พร้อมอุปกรณ์เสพไอซ์ และผลตรวจฉี่ม่วง

    ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่นำกำลังเข้าตรวจสอบห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งว่าพบชายต่างชาติต้องสงสัยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

    จากการตรวจสอบพบชายชาวฮ่องกง อายุ 40 ปี ซึ่งอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดอนุญาตมาแล้ว 17 วัน และภายในห้องพักยังพบหลอดแก้วลักษณะโค้งงอมีรอยไหม้เกรียม ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเสพยาเสพติดวางอยู่บนโต๊ะ

    เจ้าหน้าที่จึงนำตัวชายชาวฮ่องกงรายนี้ไปตรวจปัสสาวะที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ผลการตรวจยืนยันเป็นบวก พบสารเสพติดประเภท 1 หรือยาไอซ์ในร่างกาย โดยผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

    หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000105542
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12121
    ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่รวบหนุ่มฮ่องกงคาโรงแรมกลางเมือง พบอยู่เกินกำหนด 17 วัน พร้อมอุปกรณ์เสพไอซ์ และผลตรวจฉี่ม่วง ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่นำกำลังเข้าตรวจสอบห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งว่าพบชายต่างชาติต้องสงสัยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากการตรวจสอบพบชายชาวฮ่องกง อายุ 40 ปี ซึ่งอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดอนุญาตมาแล้ว 17 วัน และภายในห้องพักยังพบหลอดแก้วลักษณะโค้งงอมีรอยไหม้เกรียม ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเสพยาเสพติดวางอยู่บนโต๊ะ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวชายชาวฮ่องกงรายนี้ไปตรวจปัสสาวะที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ผลการตรวจยืนยันเป็นบวก พบสารเสพติดประเภท 1 หรือยาไอซ์ในร่างกาย โดยผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ต่อไป เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000105542 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12121
    0 Comments 0 Shares 58 Views 0 Reviews
  • เชียงใหม่เปิดงาน MAYA LANNA LANTERN 2026 เนรมิตโคมสะเปาร่วมสมัย ส่งเสริมท่องเที่ยวเทศกาลยี่เป็ง

    ศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดงาน MAYA LANNA LANTERN 2026 ขึ้นระหว่างวันที่ 1-25 พฤศจิกายน 2569 ณ บริเวณลานเมญ่าสแควร์และพื้นที่ชั้น G โดยมีนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18.00 น. งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แห่งล้านนาผ่านแสงศิลป์และวัฒนธรรม เพื่อสืบสานและเผยแพร่คุณค่าประเพณีลอยกระทงในมิติของศิลปะร่วมสมัย

    ภายในงานได้เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าศูนย์การค้าให้เป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะภายใต้แนวคิด “ล่องสะเปา” โดย VASSANA ศิลปินล้านนาผู้เชี่ยวชาญงานจักสานไทยสู่ศิลปะร่วมสมัย ซึ่งผสมผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมล้านนาเข้ากับความคิดสร้างสรรค์อย่างงดงามและวิจิตรตระการตา มุ่งสร้างให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางเมืองเชียงใหม่

    นอกจากนี้ งานยังเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามของศิลปวัฒนธรรมล้านนาผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมส่งเสริมการแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองล้านนาและชุดไทย รวมถึงเวิร์กช็อปงานจักสานสะเปาขนาดเล็ก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น

    การจัดงาน MAYA LANNA LANTERN 2026 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง สร้างสีสันและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนาของจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นที่รู้จักทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

    เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/557242
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12123
    เชียงใหม่เปิดงาน MAYA LANNA LANTERN 2026 เนรมิตโคมสะเปาร่วมสมัย ส่งเสริมท่องเที่ยวเทศกาลยี่เป็ง ศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดงาน MAYA LANNA LANTERN 2026 ขึ้นระหว่างวันที่ 1-25 พฤศจิกายน 2569 ณ บริเวณลานเมญ่าสแควร์และพื้นที่ชั้น G โดยมีนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18.00 น. งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แห่งล้านนาผ่านแสงศิลป์และวัฒนธรรม เพื่อสืบสานและเผยแพร่คุณค่าประเพณีลอยกระทงในมิติของศิลปะร่วมสมัย ภายในงานได้เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าศูนย์การค้าให้เป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะภายใต้แนวคิด “ล่องสะเปา” โดย VASSANA ศิลปินล้านนาผู้เชี่ยวชาญงานจักสานไทยสู่ศิลปะร่วมสมัย ซึ่งผสมผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมล้านนาเข้ากับความคิดสร้างสรรค์อย่างงดงามและวิจิตรตระการตา มุ่งสร้างให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ นอกจากนี้ งานยังเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามของศิลปวัฒนธรรมล้านนาผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมส่งเสริมการแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองล้านนาและชุดไทย รวมถึงเวิร์กช็อปงานจักสานสะเปาขนาดเล็ก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดงาน MAYA LANNA LANTERN 2026 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง สร้างสีสันและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนาของจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นที่รู้จักทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/557242 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12123
    0 Comments 0 Shares 52 Views 0 Reviews
  • เหมืองทองขนาดเล็ก เกลื่อนแม่น้ำโขง เพิ่มภัยเงียบสารหนู “ครูตี๋” ชี้สุดอันตราย

    สถานการณ์การทำเหมืองทองขนาดเล็กในแม่น้ำโขงบริเวณ อ.เชียงของ จ.เชียงราย กำลังเป็นที่น่ากังวล โดยพบรถแบคโฮและเครื่องจักรหนักขุดตักทรายกลางลำน้ำที่ระดับน้ำลดต่ำ ทำให้เกิดสันทรายขนาดใหญ่และร่องน้ำเปลี่ยนทิศทาง การทำเหมืองลักษณะนี้มีการดำเนินการต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และพบหลายจุดตลอดแนวแม่น้ำโขงฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้ามกับฝั่งไทย

    นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ "ครูตี๋" ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่า การขุดตักทรายเพื่อร่อนทองกลางแม่น้ำโขงนี้ ทำให้สารหนูที่สะสมอยู่ในดินและชั้นหินฟุ้งกระจายลงสู่ลำน้ำโดยตรง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำที่ใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ยังกังวลถึงผลกระทบในอนาคตหากเขื่อนปากแบงสร้างเสร็จ น้ำจะท่วมเหมืองเก่า ทำให้สารหนูยิ่งฟุ้งกระจายเพิ่มขึ้น

    กลุ่มรักษ์เชียงของจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการแม่น้ำโขง ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เช่น คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาการทำเหมืองผิดกฎหมายและมลพิษสารหนูนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10460408
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12125
    เหมืองทองขนาดเล็ก เกลื่อนแม่น้ำโขง เพิ่มภัยเงียบสารหนู “ครูตี๋” ชี้สุดอันตราย สถานการณ์การทำเหมืองทองขนาดเล็กในแม่น้ำโขงบริเวณ อ.เชียงของ จ.เชียงราย กำลังเป็นที่น่ากังวล โดยพบรถแบคโฮและเครื่องจักรหนักขุดตักทรายกลางลำน้ำที่ระดับน้ำลดต่ำ ทำให้เกิดสันทรายขนาดใหญ่และร่องน้ำเปลี่ยนทิศทาง การทำเหมืองลักษณะนี้มีการดำเนินการต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และพบหลายจุดตลอดแนวแม่น้ำโขงฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้ามกับฝั่งไทย นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ "ครูตี๋" ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่า การขุดตักทรายเพื่อร่อนทองกลางแม่น้ำโขงนี้ ทำให้สารหนูที่สะสมอยู่ในดินและชั้นหินฟุ้งกระจายลงสู่ลำน้ำโดยตรง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำที่ใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ยังกังวลถึงผลกระทบในอนาคตหากเขื่อนปากแบงสร้างเสร็จ น้ำจะท่วมเหมืองเก่า ทำให้สารหนูยิ่งฟุ้งกระจายเพิ่มขึ้น กลุ่มรักษ์เชียงของจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการแม่น้ำโขง ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เช่น คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาการทำเหมืองผิดกฎหมายและมลพิษสารหนูนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10460408 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12125
    0 Comments 0 Shares 50 Views 0 Reviews
  • ธปท.ภาคเหนือ แถลงเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 69 ขยายตัวต่อเนื่อง ท่องเที่ยวฟื้น-บริโภคเอกชนโต รับแรงหนุนมาตรการรัฐ

    ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ แถลงภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือประจำไตรมาส 3 ปี 2569 พบว่าเศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐและการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวดีขึ้นจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ส่งผลให้รายรับจากผู้เยี่ยมเยือนปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ รายได้เกษตรกรยังขยายตัวตามราคาพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ปรับสูงขึ้น

    ภาคการท่องเที่ยวและอุปโภคบริโภคขยายตัวชัดเจน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากโครงการภาครัฐ เช่น "ไทยช่วยไทยพลัส" และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่างไรก็ตาม การบริโภคโดยรวมยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ด้านรายได้เกษตรกรดีขึ้นจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ดีขึ้น ภาคอุตสาหกรรมทรงตัว ส่วนการลงทุนภาคเอกชนหดตัวเล็กน้อย แต่การค้าผ่านด่านศุลกากรขยายตัวจากการส่งออกผลไม้และยานยนต์

    เสถียรภาพเศรษฐกิจพบว่าอัตราเงินเฟ้อลดลง แต่ราคาอาหารสดเพิ่มขึ้น ตลาดแรงงานทรงตัว โดยบางจังหวัด เช่น เชียงใหม่และลำพูน มีจำนวนผู้ประกันตนขยายตัวในภาคการค้าและการผลิต ธปท.ภาคเหนือยังคงประเมินว่าเศรษฐกิจในระยะต่อไปมีปัจจัยที่ต้องติดตาม เช่น ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐที่ลดลง ภาวะเอลนีโญ และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

    เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/557357
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12127
    ธปท.ภาคเหนือ แถลงเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 69 ขยายตัวต่อเนื่อง ท่องเที่ยวฟื้น-บริโภคเอกชนโต รับแรงหนุนมาตรการรัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ แถลงภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือประจำไตรมาส 3 ปี 2569 พบว่าเศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐและการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวดีขึ้นจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ส่งผลให้รายรับจากผู้เยี่ยมเยือนปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ รายได้เกษตรกรยังขยายตัวตามราคาพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ปรับสูงขึ้น ภาคการท่องเที่ยวและอุปโภคบริโภคขยายตัวชัดเจน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากโครงการภาครัฐ เช่น "ไทยช่วยไทยพลัส" และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่างไรก็ตาม การบริโภคโดยรวมยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ด้านรายได้เกษตรกรดีขึ้นจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ดีขึ้น ภาคอุตสาหกรรมทรงตัว ส่วนการลงทุนภาคเอกชนหดตัวเล็กน้อย แต่การค้าผ่านด่านศุลกากรขยายตัวจากการส่งออกผลไม้และยานยนต์ เสถียรภาพเศรษฐกิจพบว่าอัตราเงินเฟ้อลดลง แต่ราคาอาหารสดเพิ่มขึ้น ตลาดแรงงานทรงตัว โดยบางจังหวัด เช่น เชียงใหม่และลำพูน มีจำนวนผู้ประกันตนขยายตัวในภาคการค้าและการผลิต ธปท.ภาคเหนือยังคงประเมินว่าเศรษฐกิจในระยะต่อไปมีปัจจัยที่ต้องติดตาม เช่น ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐที่ลดลง ภาวะเอลนีโญ และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/557357 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12127
    0 Comments 0 Shares 47 Views 0 Reviews