• พะเยา แผ่นดินไหวซ้ำ ขนาด 2.3 เขย่าอำเภอปง ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน ยังไร้รายงานความเสียหาย

    เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 14.52 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.3 แมกนิจูด โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอาคารหรือบริเวณที่เงียบสงบ สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น

    การเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์ที่สองของวันเดียวกัน หลังจากที่ช่วงเช้าเวลา 07.52 น. ก็มีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยามาแล้ว ทำให้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานยืนยันความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้งสองครั้ง ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าว ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10460865
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12129
    พะเยา แผ่นดินไหวซ้ำ ขนาด 2.3 เขย่าอำเภอปง ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน ยังไร้รายงานความเสียหาย เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 14.52 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.3 แมกนิจูด โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอาคารหรือบริเวณที่เงียบสงบ สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น การเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์ที่สองของวันเดียวกัน หลังจากที่ช่วงเช้าเวลา 07.52 น. ก็มีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยามาแล้ว ทำให้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานยืนยันความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้งสองครั้ง ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าว ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10460865 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12129
    0 Commenti 0 condivisioni 20 Views 0 Anteprima
  • ตชด.ภาค 3 รวบ 2 ผู้ต้องหาขนยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ดกลางเมืองเชียงใหม่ สารภาพรับจ้างส่งภาคกลาง

    ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 (ตชด.ภาค 3) แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 288,000 เม็ด เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 23.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อลำเลียงไปยังกลุ่มผู้ค้าในภาคกลาง จึงได้วางแผนเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

    เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งต้องสงสัยขับเข้าไปบริเวณเขตบ้านพักแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 และสังเกตเห็นชาย 2 คน นำกระเป๋า 3 ใบขึ้นรถคันดังกล่าว ก่อนจะขับออกไป เจ้าหน้าที่จึงติดตามอย่างระมัดระวังจนกระทั่งรถคันดังกล่าวขับเข้าถนนเส้นทุ่งโฮเต็ล ซอย 4 ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จึงนำรถเข้าสกัดจับและแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ส. เพื่อขอตรวจค้น

    ผลการตรวจค้นพบกระเป๋า 3 ใบ ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารด้านหลังและท้ายรถยนต์ ภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 288,000 เม็ด จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่าได้รับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดเชียงใหม่ไปส่งมอบให้กลุ่มผู้ค้าในพื้นที่ภาคกลาง โดยได้รับค่าจ้างกระเป๋าละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 150,000 บาท ซึ่งจะได้รับเมื่อส่งถึงปลายทาง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000105898
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12131
    ตชด.ภาค 3 รวบ 2 ผู้ต้องหาขนยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ดกลางเมืองเชียงใหม่ สารภาพรับจ้างส่งภาคกลาง ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 (ตชด.ภาค 3) แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 288,000 เม็ด เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 23.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อลำเลียงไปยังกลุ่มผู้ค้าในภาคกลาง จึงได้วางแผนเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งต้องสงสัยขับเข้าไปบริเวณเขตบ้านพักแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 และสังเกตเห็นชาย 2 คน นำกระเป๋า 3 ใบขึ้นรถคันดังกล่าว ก่อนจะขับออกไป เจ้าหน้าที่จึงติดตามอย่างระมัดระวังจนกระทั่งรถคันดังกล่าวขับเข้าถนนเส้นทุ่งโฮเต็ล ซอย 4 ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จึงนำรถเข้าสกัดจับและแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ส. เพื่อขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบกระเป๋า 3 ใบ ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารด้านหลังและท้ายรถยนต์ ภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 288,000 เม็ด จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่าได้รับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดเชียงใหม่ไปส่งมอบให้กลุ่มผู้ค้าในพื้นที่ภาคกลาง โดยได้รับค่าจ้างกระเป๋าละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 150,000 บาท ซึ่งจะได้รับเมื่อส่งถึงปลายทาง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000105898 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12131
    0 Commenti 0 condivisioni 21 Views 0 Anteprima
  • ตร.เชียงใหม่แจ้งข้อหาซ่องโจร 38 วัยรุ่นแก๊งป่วนเมืองทำผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิต ค้านประกันตัว จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม

    ตำรวจ สภ.แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งสำนวนฟ้องผู้ต้องหา 38 ราย จากสองแก๊งวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ก่อนขึ้นสะพานดอนจั่น ขาเข้าเมืองเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2569 โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาซ่องโจรและถูกคัดค้านการประกันตัว เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ น.ส.กนกรัตน์ ยศธิวงค์ ผู้ช่วยพยาบาลวัย 24 ปี ซึ่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปเพื่อเข้าเวรที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถกระบะของนายณัฐิพัฒน์ ลุงชัย หรือนายเมือง อายุ 20 ปี ชนเข้าอย่างจัง

    ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้นำตัวนายณัฐิพัฒน์ ลุงชัย ไปฝากขังศาลจังหวัดเชียงใหม่แล้ว พร้อมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และซ่องโจร

    ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พันตำรวจเอก ญาณพล พัฒนชัย ผู้กำกับ สภ.แม่ปิง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ทั้งการสอบปากคำผู้ต้องหา พยานบุคคล และพยานแวดล้อม โดยในจำนวนผู้ต้องหา 38 รายนี้ อาจมีหลายคนที่ต้องถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติม หากรวบรวมพยานหลักฐานในข้อหาอื่น เช่น การทำร้ายร่างกายและการใช้อาวุธสำเร็จ ก็จะดำเนินการอายัดตัวและแจ้งข้อหาดำเนินคดีเพิ่มต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000105908
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12133
    ตร.เชียงใหม่แจ้งข้อหาซ่องโจร 38 วัยรุ่นแก๊งป่วนเมืองทำผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิต ค้านประกันตัว จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม ตำรวจ สภ.แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งสำนวนฟ้องผู้ต้องหา 38 ราย จากสองแก๊งวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ก่อนขึ้นสะพานดอนจั่น ขาเข้าเมืองเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2569 โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาซ่องโจรและถูกคัดค้านการประกันตัว เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ น.ส.กนกรัตน์ ยศธิวงค์ ผู้ช่วยพยาบาลวัย 24 ปี ซึ่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปเพื่อเข้าเวรที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถกระบะของนายณัฐิพัฒน์ ลุงชัย หรือนายเมือง อายุ 20 ปี ชนเข้าอย่างจัง ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้นำตัวนายณัฐิพัฒน์ ลุงชัย ไปฝากขังศาลจังหวัดเชียงใหม่แล้ว พร้อมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และซ่องโจร ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พันตำรวจเอก ญาณพล พัฒนชัย ผู้กำกับ สภ.แม่ปิง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ทั้งการสอบปากคำผู้ต้องหา พยานบุคคล และพยานแวดล้อม โดยในจำนวนผู้ต้องหา 38 รายนี้ อาจมีหลายคนที่ต้องถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติม หากรวบรวมพยานหลักฐานในข้อหาอื่น เช่น การทำร้ายร่างกายและการใช้อาวุธสำเร็จ ก็จะดำเนินการอายัดตัวและแจ้งข้อหาดำเนินคดีเพิ่มต่อไป เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000105908 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12133
    0 Commenti 0 condivisioni 21 Views 0 Anteprima
  • รถบรรทุกน้ำมันเสียหลักตกเหวลึก 100 เมตร ที่แม่ฮ่องสอน คนขับรอดปาฏิหาริย์

    เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2569 เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันเสียหลักพุ่งชนรถยนต์ 2 คัน ก่อนตกลงไปในเหวลึกกว่า 100 เมตร บริเวณทางหลวงหมายเลข 108 ช่วงระหว่างบ้านป่าจี้ ต.แม่เหาะ ถึงแยกป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้รถบรรทุกพังเสียหายยับเยินและมีน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลเจิ่งนองเต็มพื้นที่

    คนขับรถบรรทุกน้ำมัน อายุ 33 ปี ซึ่งเดินทางมาจาก จ.ชลบุรี เพื่อนำน้ำมันมาส่งลูกค้าในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง รอดชีวิตจากเหตุการณ์ได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยสามารถตะเกียกตะกายออกจากตัวรถที่พังยับเยินและปีนขึ้นมาบนริมถนนได้ด้วยตนเอง แม้จะมีเลือดอาบหน้า มีอาการเบลอ และปวดบริเวณคออย่างรุนแรง แต่ยังรู้สึกตัวและพูดคุยตอบโต้ได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.แม่เหาะ ได้เร่งนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง

    จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์และคนขับรถบรรทุก ทราบว่ารถเริ่มเสียหลักและควบคุมไม่ได้ตั้งแต่ช่วงเลยบ้านป่าจี้ เนื่องจากเป็นทางลงเขาชันและเบรกไม่อยู่ คนขับพยายามประคองรถและบีบแตรเตือนรถคันอื่นตลอดทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ก่อนจะเฉี่ยวชนรถปิกอัพของชาวบ้าน 2 คัน และไถลตกเหวไปกระแทกที่นาของชาวบ้านอย่างจัง

    ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากจุดตรวจแม่เหาะได้เข้าอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อจัดการกับน้ำมันที่รั่วไหลและป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10461312
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12135
    รถบรรทุกน้ำมันเสียหลักตกเหวลึก 100 เมตร ที่แม่ฮ่องสอน คนขับรอดปาฏิหาริย์ เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2569 เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันเสียหลักพุ่งชนรถยนต์ 2 คัน ก่อนตกลงไปในเหวลึกกว่า 100 เมตร บริเวณทางหลวงหมายเลข 108 ช่วงระหว่างบ้านป่าจี้ ต.แม่เหาะ ถึงแยกป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้รถบรรทุกพังเสียหายยับเยินและมีน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลเจิ่งนองเต็มพื้นที่ คนขับรถบรรทุกน้ำมัน อายุ 33 ปี ซึ่งเดินทางมาจาก จ.ชลบุรี เพื่อนำน้ำมันมาส่งลูกค้าในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง รอดชีวิตจากเหตุการณ์ได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยสามารถตะเกียกตะกายออกจากตัวรถที่พังยับเยินและปีนขึ้นมาบนริมถนนได้ด้วยตนเอง แม้จะมีเลือดอาบหน้า มีอาการเบลอ และปวดบริเวณคออย่างรุนแรง แต่ยังรู้สึกตัวและพูดคุยตอบโต้ได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.แม่เหาะ ได้เร่งนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์และคนขับรถบรรทุก ทราบว่ารถเริ่มเสียหลักและควบคุมไม่ได้ตั้งแต่ช่วงเลยบ้านป่าจี้ เนื่องจากเป็นทางลงเขาชันและเบรกไม่อยู่ คนขับพยายามประคองรถและบีบแตรเตือนรถคันอื่นตลอดทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ก่อนจะเฉี่ยวชนรถปิกอัพของชาวบ้าน 2 คัน และไถลตกเหวไปกระแทกที่นาของชาวบ้านอย่างจัง ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากจุดตรวจแม่เหาะได้เข้าอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อจัดการกับน้ำมันที่รั่วไหลและป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10461312 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12135
    0 Commenti 0 condivisioni 20 Views 0 Anteprima
  • นรข.เชียงราย ยึดยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ริมฝั่งโขงเวียงแก่น คาดแก๊งยาเตรียมลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน

    เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ได้ตรวจยึดยาบ้าของกลางจำนวนประมาณ 1,600,000 เม็ด หลังออกลาดตระเวนริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

    การตรวจยึดเกิดขึ้นเมื่อหัวค่ำวันที่ 4 พฤศจิกายน ขณะที่ ร.อ.ธนกร ฤทธิ์จอหอ หัวหน้าสถานีเรือเชียงของ พร้อมชุดปฏิบัติการข่าว ได้ลาดตระเวนไปถึงบริเวณริมฝั่งเขตหมู่บ้านไทยเจริญ หมู่ 8 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น และสังเกตเห็นกระสอบฟางจำนวน 8 กระสอบวางกองอยู่บนฝั่งโดยไม่พบผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ

    เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่าภายในกระสอบฟางแต่ละใบมีบรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด รวมของกลางทั้งหมด 1,600,000 เม็ด คาดว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของแก๊งค้ายาเสพติดที่ขนข้ามแม่น้ำโขงมาพักไว้ เพื่อรอเครือข่ายมารับช่วงลำเลียงเข้าสู่จุดพักคอยหรือพื้นที่ชั้นในต่อไป

    ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดไปทำการตรวจสอบโดยละเอียดที่สถานีเรือเชียงของ และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงแก่น เพื่อดำเนินการขยายผลตามกฎหมายต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000106015
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12137
    นรข.เชียงราย ยึดยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ริมฝั่งโขงเวียงแก่น คาดแก๊งยาเตรียมลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ได้ตรวจยึดยาบ้าของกลางจำนวนประมาณ 1,600,000 เม็ด หลังออกลาดตระเวนริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย การตรวจยึดเกิดขึ้นเมื่อหัวค่ำวันที่ 4 พฤศจิกายน ขณะที่ ร.อ.ธนกร ฤทธิ์จอหอ หัวหน้าสถานีเรือเชียงของ พร้อมชุดปฏิบัติการข่าว ได้ลาดตระเวนไปถึงบริเวณริมฝั่งเขตหมู่บ้านไทยเจริญ หมู่ 8 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น และสังเกตเห็นกระสอบฟางจำนวน 8 กระสอบวางกองอยู่บนฝั่งโดยไม่พบผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่าภายในกระสอบฟางแต่ละใบมีบรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด รวมของกลางทั้งหมด 1,600,000 เม็ด คาดว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของแก๊งค้ายาเสพติดที่ขนข้ามแม่น้ำโขงมาพักไว้ เพื่อรอเครือข่ายมารับช่วงลำเลียงเข้าสู่จุดพักคอยหรือพื้นที่ชั้นในต่อไป ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดไปทำการตรวจสอบโดยละเอียดที่สถานีเรือเชียงของ และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงแก่น เพื่อดำเนินการขยายผลตามกฎหมายต่อไป เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000106015 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12137
    0 Commenti 0 condivisioni 20 Views 0 Anteprima
  • เร่งตามหา 'น้องยู่ยี่' สาวแพร่หายตัวปริศนาในเชียงใหม่ พบรถ จยย. จอดทิ้งริมน้ำปิง

    ครอบครัวและเพื่อนเร่งติดตามหาตัว น.ส.พิมพ์ภัสร์ หรือ "น้องยู่ยี่" อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดแพร่ ซึ่งปัจจุบันพักอาศัยอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังหายตัวไปอย่างปริศนาพร้อมรถจักรยานยนต์คู่ใจตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดย น.ส.พิมพ์ชนก เจ้าของคาเฟ่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.แม่ปิง เนื่องจากพบเพียงโทรศัพท์มือถือ โน้ตรหัสเครื่อง และกระเป๋าเงินอยู่ในห้องพัก ทำให้หวั่นเกรงว่าจะได้รับอันตราย

    ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีผู้พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีแดง-เทา ของน้องยู่ยี่ จอดทิ้งไว้ริมน้ำปิงฝั่งป่าช้าบ้านเด่น โดยยังคงเสียบกุญแจคาไว้ ขณะที่รองเท้าราคาแพงที่ถอดทิ้งไว้ในตอนแรกได้หายไปแล้ว ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ภัย และเพื่อนๆ ได้ระดมกำลังออกค้นหาในบริเวณใกล้เคียง แต่ยังไม่พบตัวน้องยู่ยี่แต่อย่างใด

    นายกิตติพงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนของแฟน น.ส.พิมพ์ภัสร์ เปิดเผยว่าญาติและเพื่อนๆ ต่างเป็นห่วงน้องยู่ยี่อย่างมาก และวอนขอความช่วยเหลือจากประชาชน หากใครพบเห็นน้องยู่ยี่ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลข 081-2366494 หรือที่ สภ.แม่ปิง ได้ทันที

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10461390
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12139
    เร่งตามหา 'น้องยู่ยี่' สาวแพร่หายตัวปริศนาในเชียงใหม่ พบรถ จยย. จอดทิ้งริมน้ำปิง ครอบครัวและเพื่อนเร่งติดตามหาตัว น.ส.พิมพ์ภัสร์ หรือ "น้องยู่ยี่" อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดแพร่ ซึ่งปัจจุบันพักอาศัยอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังหายตัวไปอย่างปริศนาพร้อมรถจักรยานยนต์คู่ใจตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดย น.ส.พิมพ์ชนก เจ้าของคาเฟ่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.แม่ปิง เนื่องจากพบเพียงโทรศัพท์มือถือ โน้ตรหัสเครื่อง และกระเป๋าเงินอยู่ในห้องพัก ทำให้หวั่นเกรงว่าจะได้รับอันตราย ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีผู้พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีแดง-เทา ของน้องยู่ยี่ จอดทิ้งไว้ริมน้ำปิงฝั่งป่าช้าบ้านเด่น โดยยังคงเสียบกุญแจคาไว้ ขณะที่รองเท้าราคาแพงที่ถอดทิ้งไว้ในตอนแรกได้หายไปแล้ว ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ภัย และเพื่อนๆ ได้ระดมกำลังออกค้นหาในบริเวณใกล้เคียง แต่ยังไม่พบตัวน้องยู่ยี่แต่อย่างใด นายกิตติพงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนของแฟน น.ส.พิมพ์ภัสร์ เปิดเผยว่าญาติและเพื่อนๆ ต่างเป็นห่วงน้องยู่ยี่อย่างมาก และวอนขอความช่วยเหลือจากประชาชน หากใครพบเห็นน้องยู่ยี่ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลข 081-2366494 หรือที่ สภ.แม่ปิง ได้ทันที เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10461390 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12139
    0 Commenti 0 condivisioni 19 Views 0 Anteprima
  • เชียงใหม่เตรียมจัดงาน 'ต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง' ปีที่ 15 ย้ำห้ามปล่อยโคมลอยเด็ดขาด

    สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรม “ต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2569 โดยมีนายพิชิตชัย เกลอดู ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ ห้องประชุมหอศิลป์กลางเวียง เพื่อหารือแนวทางจัดงาน รูปแบบกิจกรรม ความปลอดภัย การจราจร และการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการสืบสานประเพณียี่เป็งล้านนา ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–23 พฤศจิกายน 2569

    กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การหยอดผางประทีป ณ ลานกิจกรรมหอพื้นถิ่นล้านนา ระหว่างวันที่ 20–22 พฤศจิกายน และการซ้อมใหญ่ขบวนช่างฟ้อน ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ส่วนวันที่ 23 พฤศจิกายน จะมีขบวนแห่เคลื่อนจากถนนราชดำเนิน ไปยังวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาและถวายผางประทีป ภายในงานยังมีการแสดงฟ้อนเทียนรอบฐานพระธาตุเจดีย์หลวง การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา และการสาธิตต่างๆ เช่น การหยอดผางประทีป การแกะสลักผางประทีป และการทำโคมจิ๋ว รวมถึงการจุดผางประทีปบูชาเมืองพร้อมกันทั้ง 4 แจ่งเมือง

    ที่ประชุมได้เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการห้ามปล่อยโคมลอยในเขตเมืองเชียงใหม่อย่างเด็ดขาด และรณรงค์ให้ร่วมกันจุดผางประทีปบูชาเมืองแทน หากพบการจำหน่ายหรือปล่อยโคมลอยในพื้นที่เขตเมือง จะดำเนินการตามกฎหมายกับทั้งผู้ขายและผู้ปล่อยทันที เพื่อป้องกันอันตรายและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

    เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/557564
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12141
    เชียงใหม่เตรียมจัดงาน 'ต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง' ปีที่ 15 ย้ำห้ามปล่อยโคมลอยเด็ดขาด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรม “ต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2569 โดยมีนายพิชิตชัย เกลอดู ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ ห้องประชุมหอศิลป์กลางเวียง เพื่อหารือแนวทางจัดงาน รูปแบบกิจกรรม ความปลอดภัย การจราจร และการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการสืบสานประเพณียี่เป็งล้านนา ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–23 พฤศจิกายน 2569 กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การหยอดผางประทีป ณ ลานกิจกรรมหอพื้นถิ่นล้านนา ระหว่างวันที่ 20–22 พฤศจิกายน และการซ้อมใหญ่ขบวนช่างฟ้อน ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ส่วนวันที่ 23 พฤศจิกายน จะมีขบวนแห่เคลื่อนจากถนนราชดำเนิน ไปยังวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาและถวายผางประทีป ภายในงานยังมีการแสดงฟ้อนเทียนรอบฐานพระธาตุเจดีย์หลวง การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา และการสาธิตต่างๆ เช่น การหยอดผางประทีป การแกะสลักผางประทีป และการทำโคมจิ๋ว รวมถึงการจุดผางประทีปบูชาเมืองพร้อมกันทั้ง 4 แจ่งเมือง ที่ประชุมได้เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการห้ามปล่อยโคมลอยในเขตเมืองเชียงใหม่อย่างเด็ดขาด และรณรงค์ให้ร่วมกันจุดผางประทีปบูชาเมืองแทน หากพบการจำหน่ายหรือปล่อยโคมลอยในพื้นที่เขตเมือง จะดำเนินการตามกฎหมายกับทั้งผู้ขายและผู้ปล่อยทันที เพื่อป้องกันอันตรายและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/557564 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12141
    0 Commenti 0 condivisioni 20 Views 0 Anteprima
  • เครือข่ายอนุรักษ์พบกลุ่มทุนขุดทรายร่อนทองในแม่น้ำโขงตลอดแนวเชียงของ-เวียงแก่น เชียงราย หวั่นสารหนูปนเปื้อน

    เครือข่ายนักอนุรักษ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายได้ออกสำรวจแม่น้ำโขงบริเวณชายแดนไทย-สปป.ลาว ตรงข้ามอำเภอเชียงของและอำเภอเวียงแก่นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยพบการทำเหมืองทองคำขนาดเล็กที่น่าตกใจ เครือข่ายฯ ได้นั่งเรือสำรวจและเห็นกับตาว่ามีกลุ่มทุนใช้รถแบคโฮขุดตักทรายและร่อนทองจากเกาะกลางแม่น้ำและริมฝั่ง ซึ่งดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน

    จากการสำรวจพบจุดที่มีการทำเหมืองลักษณะนี้ไม่ต่ำกว่า 15 แห่ง ตลอดแนวตั้งแต่ชายแดนอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ไปจนถึงเมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไชย สปป.ลาว ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างเขื่อนปากแบง โดยเฉพาะบริเวณตรงข้ามอำเภอเชียงของ ยังคงพบรถแบคโฮขุดและเกลี่ยสันดอนอย่างต่อเนื่อง

    อาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทำเหมืองทองคำขนาดเล็กเหล่านี้ เนื่องจากมีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ขุดตักดิน ทราย และตะกอนกลางแม่น้ำขึ้นมาร่อน ซึ่งอาจทำให้สารหนูที่ใช้ในกระบวนการปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำโขงได้ การปนเปื้อนดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนว

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000106164
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12143
    เครือข่ายอนุรักษ์พบกลุ่มทุนขุดทรายร่อนทองในแม่น้ำโขงตลอดแนวเชียงของ-เวียงแก่น เชียงราย หวั่นสารหนูปนเปื้อน เครือข่ายนักอนุรักษ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายได้ออกสำรวจแม่น้ำโขงบริเวณชายแดนไทย-สปป.ลาว ตรงข้ามอำเภอเชียงของและอำเภอเวียงแก่นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยพบการทำเหมืองทองคำขนาดเล็กที่น่าตกใจ เครือข่ายฯ ได้นั่งเรือสำรวจและเห็นกับตาว่ามีกลุ่มทุนใช้รถแบคโฮขุดตักทรายและร่อนทองจากเกาะกลางแม่น้ำและริมฝั่ง ซึ่งดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน จากการสำรวจพบจุดที่มีการทำเหมืองลักษณะนี้ไม่ต่ำกว่า 15 แห่ง ตลอดแนวตั้งแต่ชายแดนอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ไปจนถึงเมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไชย สปป.ลาว ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างเขื่อนปากแบง โดยเฉพาะบริเวณตรงข้ามอำเภอเชียงของ ยังคงพบรถแบคโฮขุดและเกลี่ยสันดอนอย่างต่อเนื่อง อาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทำเหมืองทองคำขนาดเล็กเหล่านี้ เนื่องจากมีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ขุดตักดิน ทราย และตะกอนกลางแม่น้ำขึ้นมาร่อน ซึ่งอาจทำให้สารหนูที่ใช้ในกระบวนการปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำโขงได้ การปนเปื้อนดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนว เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000106164 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12143
    0 Commenti 0 condivisioni 21 Views 0 Anteprima
  • ชาวบ้านร้อง ผับดังเชียงใหม่ถูกสั่งปิด 5 ปี ดื้อแพ่งกลับมาเปิดซ้ำ ปล่อยเยาวชนเข้าใช้บริการ

    เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 มีรายงานว่าประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ได้ร้องเรียนว่าผับแห่งหนึ่งริมถนนห้วยแก้ว ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเพิ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก เข้าตรวจสอบและสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง โดยยังคงปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ด้วย

    ก่อนหน้านี้ การเข้าตรวจสอบของตำรวจในปฏิบัติการ "ล้างป่าช้า" ช่วงเทศกาลฮาโลวีน พบว่าภายในร้านมีเด็กวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีจำนวนมากกำลังใช้บริการและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังพบว่าทางร้านเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา ได้แก่ จัดตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ พร้อมเสนอให้ฝ่ายปกครองพิจารณาออกคำสั่งห้ามใช้สถานที่แห่งนี้เปิดสถานบริการเป็นระยะเวลา 5 ปี

    การที่ผับดังกล่าวกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งภายในระยะเวลาไม่ถึง 7 วันหลังถูกสั่งปิด ทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่ เนื่องจากพฤติการณ์ดูคล้ายไม่เกรงกลัวกฎหมายและคำสั่งของเจ้าหน้าที่

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10462268
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12145
    ชาวบ้านร้อง ผับดังเชียงใหม่ถูกสั่งปิด 5 ปี ดื้อแพ่งกลับมาเปิดซ้ำ ปล่อยเยาวชนเข้าใช้บริการ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 มีรายงานว่าประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ได้ร้องเรียนว่าผับแห่งหนึ่งริมถนนห้วยแก้ว ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเพิ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก เข้าตรวจสอบและสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง โดยยังคงปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ด้วย ก่อนหน้านี้ การเข้าตรวจสอบของตำรวจในปฏิบัติการ "ล้างป่าช้า" ช่วงเทศกาลฮาโลวีน พบว่าภายในร้านมีเด็กวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีจำนวนมากกำลังใช้บริการและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังพบว่าทางร้านเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา ได้แก่ จัดตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ พร้อมเสนอให้ฝ่ายปกครองพิจารณาออกคำสั่งห้ามใช้สถานที่แห่งนี้เปิดสถานบริการเป็นระยะเวลา 5 ปี การที่ผับดังกล่าวกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งภายในระยะเวลาไม่ถึง 7 วันหลังถูกสั่งปิด ทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่ เนื่องจากพฤติการณ์ดูคล้ายไม่เกรงกลัวกฎหมายและคำสั่งของเจ้าหน้าที่ เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10462268 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12145
    0 Commenti 0 condivisioni 19 Views 0 Anteprima
  • ภาคประชาชนกังวล! พบเหมืองทองขนาดเล็กกว่า 10 แห่ง ผุดริมฝั่งโขงเชียงราย หวั่นสารหนูปนเปื้อน

    เครือข่ายประชาชนกลุ่มรักษ์เชียงของและสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ได้เปิดเผยผลการสำรวจแม่น้ำโขงบริเวณชายแดนไทย-สปป.ลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของและอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยพบการขุดทรายจากเกาะกลางแม่น้ำและริมฝั่งในลักษณะเหมืองทองคำขนาดเล็กมากกว่า 10 แห่ง ซึ่งบางแห่งเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง

    การสำรวจพบเหมืองลักษณะนี้ไม่ต่ำกว่า 15 แห่ง ตั้งแต่ชายแดนอำเภอเชียงของไปจนถึงเมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไชยของ สปป.ลาว โดยเฉพาะบริเวณตรงข้ามอำเภอเชียงของ พบรถแบ๊กโฮ 2 คัน กำลังขุดและเกลี่ยสันดอนอย่างต่อเนื่อง เหมืองบางแห่ง เช่น จุดปากแม่น้ำงาวฝั่งแขวงบ่อแก้ว ตรงข้ามหมู่บ้านเมืองกาญจน์ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ เปิดกิจการมานานกว่า 10 ปี

    อาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทำเหมืองทองคำขนาดเล็กเหล่านี้ เนื่องจากมีการใช้เครื่องจักรขุดตักดิน ทราย และตะกอนกลางแม่น้ำตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งอาจทำให้สารหนูที่ใช้ในกระบวนการปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำโขง ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ

    เครดิตภาพประกอบ: มติชน | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: มติชน https://www.matichon.co.th/region/news_5963082
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12155
    ภาคประชาชนกังวล! พบเหมืองทองขนาดเล็กกว่า 10 แห่ง ผุดริมฝั่งโขงเชียงราย หวั่นสารหนูปนเปื้อน เครือข่ายประชาชนกลุ่มรักษ์เชียงของและสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ได้เปิดเผยผลการสำรวจแม่น้ำโขงบริเวณชายแดนไทย-สปป.ลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของและอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยพบการขุดทรายจากเกาะกลางแม่น้ำและริมฝั่งในลักษณะเหมืองทองคำขนาดเล็กมากกว่า 10 แห่ง ซึ่งบางแห่งเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง การสำรวจพบเหมืองลักษณะนี้ไม่ต่ำกว่า 15 แห่ง ตั้งแต่ชายแดนอำเภอเชียงของไปจนถึงเมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไชยของ สปป.ลาว โดยเฉพาะบริเวณตรงข้ามอำเภอเชียงของ พบรถแบ๊กโฮ 2 คัน กำลังขุดและเกลี่ยสันดอนอย่างต่อเนื่อง เหมืองบางแห่ง เช่น จุดปากแม่น้ำงาวฝั่งแขวงบ่อแก้ว ตรงข้ามหมู่บ้านเมืองกาญจน์ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ เปิดกิจการมานานกว่า 10 ปี อาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทำเหมืองทองคำขนาดเล็กเหล่านี้ เนื่องจากมีการใช้เครื่องจักรขุดตักดิน ทราย และตะกอนกลางแม่น้ำตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งอาจทำให้สารหนูที่ใช้ในกระบวนการปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำโขง ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เครดิตภาพประกอบ: มติชน | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: มติชน https://www.matichon.co.th/region/news_5963082 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/12155
    0 Commenti 0 condivisioni 19 Views 0 Anteprima