• นักมวยดัง 'เงาพยัคฆ์' ถูกรุมทำร้ายกลางถนนเชียงใหม่ คาดปมขับรถปาดหน้า

    นักมวยไทยชื่อดัง “เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง” หรือนายอนุชา ไพศาลพนา วัย 27 ปี ซึ่งเคยขึ้นชกในรายการ ONE ลุมพินี ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ หลังอ้างว่าถูกชาย 2 คนรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลแตกและเลือดไหลบริเวณใบหน้า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569

    นายอนุชาให้การว่า ขณะขับรถยนต์อยู่บนถนนใกล้จุดเกิดเหตุบริเวณจุดกลับรถใกล้โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ได้มีรถยนต์คู่กรณีขับแซงขึ้นมาปาดหน้าและจอดขวาง ก่อนที่ชาย 2 คนจะลงจากรถและเข้ามาทำร้ายตนขณะที่ยังนั่งอยู่ภายในรถ ทำให้ไม่มีโอกาสป้องกันตัว หลังก่อเหตุผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป

    ผู้เสียหายคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากความไม่พอใจเกี่ยวกับการขับรถบนท้องถนน แต่ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวกับคู่กรณีมาก่อน ภายหลังเกิดเหตุ นายอนุชาได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ และนำภาพบาดแผลพร้อมใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลมาเป็นหลักฐานในการแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451338
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11927
    นักมวยดัง 'เงาพยัคฆ์' ถูกรุมทำร้ายกลางถนนเชียงใหม่ คาดปมขับรถปาดหน้า นักมวยไทยชื่อดัง “เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง” หรือนายอนุชา ไพศาลพนา วัย 27 ปี ซึ่งเคยขึ้นชกในรายการ ONE ลุมพินี ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ หลังอ้างว่าถูกชาย 2 คนรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลแตกและเลือดไหลบริเวณใบหน้า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายอนุชาให้การว่า ขณะขับรถยนต์อยู่บนถนนใกล้จุดเกิดเหตุบริเวณจุดกลับรถใกล้โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ได้มีรถยนต์คู่กรณีขับแซงขึ้นมาปาดหน้าและจอดขวาง ก่อนที่ชาย 2 คนจะลงจากรถและเข้ามาทำร้ายตนขณะที่ยังนั่งอยู่ภายในรถ ทำให้ไม่มีโอกาสป้องกันตัว หลังก่อเหตุผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป ผู้เสียหายคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากความไม่พอใจเกี่ยวกับการขับรถบนท้องถนน แต่ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวกับคู่กรณีมาก่อน ภายหลังเกิดเหตุ นายอนุชาได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ และนำภาพบาดแผลพร้อมใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลมาเป็นหลักฐานในการแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451338 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11927
    0 Kommentare 0 Geteilt 120 Ansichten 0 Bewertungen
  • ทหารปะทะคาราวานยาเสพติดชายแดนแม่สาย ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด หลังกลุ่มคนร้ายเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่

    เมื่อคืนวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุปะทะกันอย่างดุเดือดบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ด้านหมู่บ้านผาแตก หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ได้เข้าสกัดกั้นกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 15-20 คน ที่แบกกระสอบฟางดัดแปลงเป็นเป้สะพายลัดเลาะป่าเขาเข้ามาในฝั่งไทย เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดยิงใส่ ทำให้เกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 5 นาที เสียงปืนดังสนั่นป่า

    หลังการปะทะ กลุ่มคนร้ายอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ โดยทิ้งกระสอบฟางดัดแปลงตกกระจายตามแนวปะทะ เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย และได้ควบคุมพื้นที่ไว้จนรุ่งเช้าวันที่ 27 ตุลาคม พล.ต.สาธิตย์ ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พ.อ.สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และ พ.อ.บัณฑิต ชาวกัณหา รอง ผบ.ฉก.ทัพเจ้าตาก เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    จากการตรวจสอบ พบกระสอบฟางรวม 16 ใบ แต่ละใบบรรจุยาบ้าประมาณ 250,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมดประมาณ 4,000,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินการขยายผลตามกฎหมายต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103140
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11929
    ทหารปะทะคาราวานยาเสพติดชายแดนแม่สาย ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด หลังกลุ่มคนร้ายเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ เมื่อคืนวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุปะทะกันอย่างดุเดือดบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ด้านหมู่บ้านผาแตก หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ได้เข้าสกัดกั้นกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 15-20 คน ที่แบกกระสอบฟางดัดแปลงเป็นเป้สะพายลัดเลาะป่าเขาเข้ามาในฝั่งไทย เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดยิงใส่ ทำให้เกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 5 นาที เสียงปืนดังสนั่นป่า หลังการปะทะ กลุ่มคนร้ายอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ โดยทิ้งกระสอบฟางดัดแปลงตกกระจายตามแนวปะทะ เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย และได้ควบคุมพื้นที่ไว้จนรุ่งเช้าวันที่ 27 ตุลาคม พล.ต.สาธิตย์ ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พ.อ.สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และ พ.อ.บัณฑิต ชาวกัณหา รอง ผบ.ฉก.ทัพเจ้าตาก เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากการตรวจสอบ พบกระสอบฟางรวม 16 ใบ แต่ละใบบรรจุยาบ้าประมาณ 250,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมดประมาณ 4,000,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินการขยายผลตามกฎหมายต่อไป เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103140 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11929
    0 Kommentare 0 Geteilt 114 Ansichten 0 Bewertungen
  • ชาวน่านสุดทน! จี้ตำรวจและจังหวัดตรวจสอบเพจ “น่าน” โพสต์ด่านักท่องเที่ยว ทำลายภาพลักษณ์เมือง

    ชาวจังหวัดน่านจำนวนมากกำลังวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจังหวัดและตำรวจ เข้าตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กชื่อ "น่าน" ที่มีการโพสต์ข้อความในลักษณะด่าทอและสร้างความรำคาญแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนสถานที่สำคัญต่างๆ ในจังหวัด เช่น การโพสต์ตำหนิผู้ที่จูงมือกันบนถนนโค้งเลข 3 หรือการเหน็บแนมเรื่องการขับรถของคนกรุงเทพฯ

    นอกจากนี้ เพจดังกล่าวยังมีการสร้างภาพสถานที่ท่องเที่ยวด้วย AI แล้วนำมาโพสต์ ซึ่งชาวน่านมองว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ที่ดีงามของจังหวัด โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้และชื่อเสียงมาอย่างต่อเนื่อง

    ประชาชนชาวน่านได้เรียกร้องให้ผู้ดูแลเพจแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากภาพลักษณ์ของจังหวัดน่านเป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมกันอนุรักษ์และพัฒนา หากการเผยแพร่เนื้อหาขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจสร้างความเสียหายในวงกว้างต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ

    ดังนั้น จึงมีการเรียกร้องให้จังหวัดน่าน ตำรวจ และหน่วยงานที่มีอำนาจ ตรวจสอบเพจ "น่าน" อย่างจริงจัง เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายความผิด เพื่อปกป้องชื่อเสียงและความภาคภูมิใจของชาวน่านทั้งจังหวัด

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103208
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11931
    ชาวน่านสุดทน! จี้ตำรวจและจังหวัดตรวจสอบเพจ “น่าน” โพสต์ด่านักท่องเที่ยว ทำลายภาพลักษณ์เมือง ชาวจังหวัดน่านจำนวนมากกำลังวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจังหวัดและตำรวจ เข้าตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กชื่อ "น่าน" ที่มีการโพสต์ข้อความในลักษณะด่าทอและสร้างความรำคาญแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนสถานที่สำคัญต่างๆ ในจังหวัด เช่น การโพสต์ตำหนิผู้ที่จูงมือกันบนถนนโค้งเลข 3 หรือการเหน็บแนมเรื่องการขับรถของคนกรุงเทพฯ นอกจากนี้ เพจดังกล่าวยังมีการสร้างภาพสถานที่ท่องเที่ยวด้วย AI แล้วนำมาโพสต์ ซึ่งชาวน่านมองว่าข้อมูลบางอย่างอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ที่ดีงามของจังหวัด โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้และชื่อเสียงมาอย่างต่อเนื่อง ประชาชนชาวน่านได้เรียกร้องให้ผู้ดูแลเพจแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากภาพลักษณ์ของจังหวัดน่านเป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมกันอนุรักษ์และพัฒนา หากการเผยแพร่เนื้อหาขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจสร้างความเสียหายในวงกว้างต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ ดังนั้น จึงมีการเรียกร้องให้จังหวัดน่าน ตำรวจ และหน่วยงานที่มีอำนาจ ตรวจสอบเพจ "น่าน" อย่างจริงจัง เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายความผิด เพื่อปกป้องชื่อเสียงและความภาคภูมิใจของชาวน่านทั้งจังหวัด เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103208 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11931
    0 Kommentare 0 Geteilt 115 Ansichten 0 Bewertungen
  • ดราม่าตำรวจเชียงใหม่ ปล่อยสาวบิ๊กไบก์ไม่สวมหมวกกันน็อก ชาวเน็ตตั้งคำถามการบังคับใช้กฎหมาย

    เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรและเรียกหญิงสาวผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์เข้าตรวจ แต่เธอไม่ได้สวมหมวกกันน็อก

    ในคลิปดังกล่าว หญิงสาวได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่และขอผ่อนปรนโดยอ้างว่ามีสอบในวันถัดไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนเรื่องการสวมหมวกกันน็อกและอนุญาตให้เดินทางต่อไป โดยไม่ปรากฏภาพการตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ การตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ หรือการออกใบสั่งแต่อย่างใด

    เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นหลากหลายจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ บางส่วนมองว่าเป็นการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ให้โอกาสผู้ขับขี่ปรับปรุงพฤติกรรม แต่บางส่วนตั้งคำถามถึงหลักเกณฑ์ในการบังคับใช้กฎหมายจราจรและความสม่ำเสมอในการปฏิบัติต่อประชาชน ซึ่งนำไปสู่การถกเถียงเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่

    อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์นี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลและคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451471
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11933
    ดราม่าตำรวจเชียงใหม่ ปล่อยสาวบิ๊กไบก์ไม่สวมหมวกกันน็อก ชาวเน็ตตั้งคำถามการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรและเรียกหญิงสาวผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์เข้าตรวจ แต่เธอไม่ได้สวมหมวกกันน็อก ในคลิปดังกล่าว หญิงสาวได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่และขอผ่อนปรนโดยอ้างว่ามีสอบในวันถัดไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนเรื่องการสวมหมวกกันน็อกและอนุญาตให้เดินทางต่อไป โดยไม่ปรากฏภาพการตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ การตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ หรือการออกใบสั่งแต่อย่างใด เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นหลากหลายจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ บางส่วนมองว่าเป็นการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ให้โอกาสผู้ขับขี่ปรับปรุงพฤติกรรม แต่บางส่วนตั้งคำถามถึงหลักเกณฑ์ในการบังคับใช้กฎหมายจราจรและความสม่ำเสมอในการปฏิบัติต่อประชาชน ซึ่งนำไปสู่การถกเถียงเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์นี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลและคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451471 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11933
    0 Kommentare 0 Geteilt 119 Ansichten 0 Bewertungen
  • ทหารปะทะขบวนการค้ายาชายแดนแม่สาย ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด เผยยอดรวมเกือบ 20 ล้านเม็ดในเดือนเดียว วิสามัญดับ 3 ศพ

    เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบยาเสพติดประเภทยาบ้าจำนวนประมาณ 4 ล้านเม็ด บริเวณป่าเขาชายแดนไทย-เมียนมา หมู่บ้านผาแตก หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ภายหลังเกิดเหตุปะทะกับขบวนการขนยาเสพติดเมื่อคืนวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้หลบหนีไปได้แต่ทิ้งยาบ้าจำนวนมากบรรจุกระสอบฟาง 16 ใบไว้ในแนวป่า

    พ.อ.สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเต็มที่ กระทั่งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหารได้ตรวจพบกลุ่มคนขนยาเสพติดเข้ามาจำนวนมาก และเมื่อให้สัญญาณตรวจสอบ กลุ่มคนดังกล่าวกลับใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะขึ้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมพื้นที่ไว้ตลอดทั้งคืนก่อนเข้าตรวจนับยาเสพติดที่พบ

    รายงานจากกองกำลังผาเมืองระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นต้นปีงบประมาณใหม่ ยังไม่ทันสิ้นเดือนแรก เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้รวม 26 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 24 ราย เกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการ 4 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตจากกลุ่มขบวนการ 3 ราย และตรวจยึดยาบ้าได้รวม 18,470,529 เม็ด ไอซ์ 120 กิโลกรัม ฝิ่น 102.4 กิโลกรัม และคีตามีน 139 กิโลกรัม

    เฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มีการสกัดกั้นยาเสพติดได้ 9 ครั้ง เกิดการปะทะ 2 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย และตรวจยึดยาบ้าได้ 13,385,605 เม็ด

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103222
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11935
    ทหารปะทะขบวนการค้ายาชายแดนแม่สาย ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด เผยยอดรวมเกือบ 20 ล้านเม็ดในเดือนเดียว วิสามัญดับ 3 ศพ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบยาเสพติดประเภทยาบ้าจำนวนประมาณ 4 ล้านเม็ด บริเวณป่าเขาชายแดนไทย-เมียนมา หมู่บ้านผาแตก หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ภายหลังเกิดเหตุปะทะกับขบวนการขนยาเสพติดเมื่อคืนวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้หลบหนีไปได้แต่ทิ้งยาบ้าจำนวนมากบรรจุกระสอบฟาง 16 ใบไว้ในแนวป่า พ.อ.สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเต็มที่ กระทั่งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหารได้ตรวจพบกลุ่มคนขนยาเสพติดเข้ามาจำนวนมาก และเมื่อให้สัญญาณตรวจสอบ กลุ่มคนดังกล่าวกลับใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะขึ้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมพื้นที่ไว้ตลอดทั้งคืนก่อนเข้าตรวจนับยาเสพติดที่พบ รายงานจากกองกำลังผาเมืองระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นต้นปีงบประมาณใหม่ ยังไม่ทันสิ้นเดือนแรก เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้รวม 26 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 24 ราย เกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการ 4 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตจากกลุ่มขบวนการ 3 ราย และตรวจยึดยาบ้าได้รวม 18,470,529 เม็ด ไอซ์ 120 กิโลกรัม ฝิ่น 102.4 กิโลกรัม และคีตามีน 139 กิโลกรัม เฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มีการสกัดกั้นยาเสพติดได้ 9 ครั้ง เกิดการปะทะ 2 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย และตรวจยึดยาบ้าได้ 13,385,605 เม็ด เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103222 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11935
    0 Kommentare 0 Geteilt 116 Ansichten 0 Bewertungen
  • โซเชียลวิจารณ์คลิปตำรวจเชียงใหม่ปล่อยสาวบิ๊กไบค์ไม่สวมหมวกกันน็อกผ่านด่าน ไร้ใบสั่ง-ไม่ตรวจแอลกอฮอล์

    เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรช่วงกลางคืน โดยในคลิปปรากฏภาพหญิงสาวคนหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก และถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบ

    ระหว่างการพูดคุย หญิงสาวได้อ้างว่าตนเองมีสอบในวันถัดไปและขอให้เจ้าหน้าที่ผ่อนปรน ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เพียงตักเตือนเรื่องการสวมหมวกกันน็อกและอนุญาตให้ขับผ่านด่านไป โดยไม่พบว่ามีการตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ การตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ หรือการออกใบสั่งแต่อย่างใด

    เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ บางส่วนมองว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสมในการตักเตือนและให้โอกาส แต่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายจราจรและความเท่าเทียมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งนำไปสู่การถกเถียงถึงความชัดเจนและเหมาะสมของแนวทางปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103224
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11937
    โซเชียลวิจารณ์คลิปตำรวจเชียงใหม่ปล่อยสาวบิ๊กไบค์ไม่สวมหมวกกันน็อกผ่านด่าน ไร้ใบสั่ง-ไม่ตรวจแอลกอฮอล์ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรช่วงกลางคืน โดยในคลิปปรากฏภาพหญิงสาวคนหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก และถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบ ระหว่างการพูดคุย หญิงสาวได้อ้างว่าตนเองมีสอบในวันถัดไปและขอให้เจ้าหน้าที่ผ่อนปรน ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เพียงตักเตือนเรื่องการสวมหมวกกันน็อกและอนุญาตให้ขับผ่านด่านไป โดยไม่พบว่ามีการตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ การตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ หรือการออกใบสั่งแต่อย่างใด เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ บางส่วนมองว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสมในการตักเตือนและให้โอกาส แต่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายจราจรและความเท่าเทียมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งนำไปสู่การถกเถียงถึงความชัดเจนและเหมาะสมของแนวทางปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000103224 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11937
    0 Kommentare 0 Geteilt 116 Ansichten 0 Bewertungen
  • ทหารฉก.ทัพเจ้าตากปะทะคาราวานยาเสพติดชายแดนแม่สาย ยึดยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด

    ทหารกองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้เกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณช่องทางธรรมชาติ บ้านผาแตก หมู่ 10 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 ตุลาคม 2569 หลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 15-20 คน และพยายามขอเข้าตรวจค้น แต่กลุ่มดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ ทำให้เกิดการปะทะกันนานประมาณ 5 นาที โดยไม่มีกำลังพลฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ

    หลังการปะทะ เจ้าหน้าที่ได้เสริมกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ และเข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุในช่วงเช้าของวันที่ 27 ตุลาคม 2569 พบกระสอบดัดแปลงห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำจำนวน 16 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 4 ล้านเม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อนำส่งสถานีตำรวจภูธรแม่สายดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลการปฏิบัติงานของกองกำลังผาเมืองในการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน โดยตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2569 สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้หลายครั้ง และเกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการยาเสพติดมาแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันยาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451602
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11939
    ทหารฉก.ทัพเจ้าตากปะทะคาราวานยาเสพติดชายแดนแม่สาย ยึดยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด ทหารกองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้เกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณช่องทางธรรมชาติ บ้านผาแตก หมู่ 10 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 ตุลาคม 2569 หลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 15-20 คน และพยายามขอเข้าตรวจค้น แต่กลุ่มดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ ทำให้เกิดการปะทะกันนานประมาณ 5 นาที โดยไม่มีกำลังพลฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ หลังการปะทะ เจ้าหน้าที่ได้เสริมกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ และเข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุในช่วงเช้าของวันที่ 27 ตุลาคม 2569 พบกระสอบดัดแปลงห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำจำนวน 16 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 4 ล้านเม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อนำส่งสถานีตำรวจภูธรแม่สายดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลการปฏิบัติงานของกองกำลังผาเมืองในการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน โดยตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2569 สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้หลายครั้ง และเกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการยาเสพติดมาแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันยาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451602 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11939
    0 Kommentare 0 Geteilt 117 Ansichten 0 Bewertungen
  • ตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์ออกหมายเรียก 8 ผู้ต้องหาคดีลักลอบตัดต้นพญาเสือโคร่งและไม้ยืนต้นในเชียงใหม่ ขู่ไม่มาตามนัดออกหมายจับ

    ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 8 ราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 กรณีลักลอบตัดต้นนางพญาเสือโคร่งและไม้ยืนต้นอื่นๆ รวม 15 ต้น ในพื้นที่บ้านม้งดอยปุย หมู่ที่ 11 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบริเวณสัญลักษณ์สถานแห่งการเสด็จพระราชดำเนินและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

    การดำเนินการดังกล่าวเป็นความคืบหน้าล่าสุด หลังจากที่ชาวบ้านได้ร้องเรียนถึงกลุ่มบุคคลที่ลักลอบตัดต้นไม้และแปรรูปเป็นท่อนจำนวน 46 ท่อน โดยต้นไม้ที่ถูกตัดประกอบด้วยต้นนางพญาเสือโคร่ง 11 ต้น, ต้นราชพฤกษ์ 2 ต้น, ต้นเหลืองอินเดีย 1 ต้น และต้นสนฉัตร 1 ต้น

    ผู้ต้องหาทั้ง 8 รายจะถูกแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562, พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 หากกลุ่มผู้ต้องหาไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด ตำรวจจะพิจารณาออกหมายจับทั้งหมดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451549
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11941
    ตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์ออกหมายเรียก 8 ผู้ต้องหาคดีลักลอบตัดต้นพญาเสือโคร่งและไม้ยืนต้นในเชียงใหม่ ขู่ไม่มาตามนัดออกหมายจับ ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 8 ราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 กรณีลักลอบตัดต้นนางพญาเสือโคร่งและไม้ยืนต้นอื่นๆ รวม 15 ต้น ในพื้นที่บ้านม้งดอยปุย หมู่ที่ 11 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบริเวณสัญลักษณ์สถานแห่งการเสด็จพระราชดำเนินและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ การดำเนินการดังกล่าวเป็นความคืบหน้าล่าสุด หลังจากที่ชาวบ้านได้ร้องเรียนถึงกลุ่มบุคคลที่ลักลอบตัดต้นไม้และแปรรูปเป็นท่อนจำนวน 46 ท่อน โดยต้นไม้ที่ถูกตัดประกอบด้วยต้นนางพญาเสือโคร่ง 11 ต้น, ต้นราชพฤกษ์ 2 ต้น, ต้นเหลืองอินเดีย 1 ต้น และต้นสนฉัตร 1 ต้น ผู้ต้องหาทั้ง 8 รายจะถูกแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562, พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 หากกลุ่มผู้ต้องหาไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด ตำรวจจะพิจารณาออกหมายจับทั้งหมดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451549 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11941
    0 Kommentare 0 Geteilt 120 Ansichten 0 Bewertungen
  • ชาวน่านร้องตรวจสอบเพจดัง โพสต์ด่านักท่องเที่ยว หวั่นทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

    ชาวจังหวัดน่านแสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการโพสต์ข้อความในลักษณะด่าทอและแขวะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัด ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นจากความกังวลว่าการกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของคนในพื้นที่

    เพจดังกล่าวได้โพสต์ข้อความที่สร้างความไม่พอใจหลายครั้ง เช่น การบ่นเรื่องนักท่องเที่ยวที่ถนนโค้งเลข 3 การตำหนิพฤติกรรมการขับขี่ รวมถึงการใช้ถ้อยคำรุนแรงและเปรียบเทียบนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคโนโลยี AI สร้างภาพสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดน่านแล้วนำมาโพสต์ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

    ชาวน่านมองว่าเนื้อหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นที่จังหวัดน่านได้สร้างสมมาอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือของประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่าง ๆ การเผยแพร่ข้อมูลที่ขาดการตรวจสอบอาจนำไปสู่ความเสียหายในวงกว้างต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด

    ด้วยเหตุนี้ ชาวน่านจึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เข้าตรวจสอบเพจดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อพิจารณาว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามีการละเมิดกฎหมาย ก็ควรดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องภาพลักษณ์และความภาคภูมิใจของจังหวัดน่าน รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอนาคต

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451677
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11943
    ชาวน่านร้องตรวจสอบเพจดัง โพสต์ด่านักท่องเที่ยว หวั่นทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ชาวจังหวัดน่านแสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการโพสต์ข้อความในลักษณะด่าทอและแขวะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัด ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นจากความกังวลว่าการกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของคนในพื้นที่ เพจดังกล่าวได้โพสต์ข้อความที่สร้างความไม่พอใจหลายครั้ง เช่น การบ่นเรื่องนักท่องเที่ยวที่ถนนโค้งเลข 3 การตำหนิพฤติกรรมการขับขี่ รวมถึงการใช้ถ้อยคำรุนแรงและเปรียบเทียบนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคโนโลยี AI สร้างภาพสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดน่านแล้วนำมาโพสต์ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ชาวน่านมองว่าเนื้อหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นที่จังหวัดน่านได้สร้างสมมาอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือของประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่าง ๆ การเผยแพร่ข้อมูลที่ขาดการตรวจสอบอาจนำไปสู่ความเสียหายในวงกว้างต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด ด้วยเหตุนี้ ชาวน่านจึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เข้าตรวจสอบเพจดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อพิจารณาว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามีการละเมิดกฎหมาย ก็ควรดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องภาพลักษณ์และความภาคภูมิใจของจังหวัดน่าน รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอนาคต เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451677 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11943
    0 Kommentare 0 Geteilt 119 Ansichten 0 Bewertungen
  • นักมวยดัง "เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง" ถูกชายฉกรรจ์ 2 คนรุมทำร้ายกลางถนนเชียงใหม่ คาดปมขับรถ

    เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายอนุชา ไพศาลพนา อายุ 27 ปี หรือที่รู้จักกันในวงการมวยในชื่อ “เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง” นักมวยไทยชื่อดังชาวเชียงใหม่ สังกัดค่ายมวย Bear Fight Club ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 หลังถูกชายฉกรรจ์ 2 คนรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บมีแผลแตกบริเวณใบหน้า

    นายอนุชาให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถยนต์มาตามถนนใกล้จุดกลับรถใกล้โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้มีรถยนต์อีกคันขับแซงขึ้นมาปาดหน้า จากนั้นชายฉกรรจ์ 2 คนได้ลงจากรถมารุมทำร้ายร่างกายตนเอง ก่อนจะพากันหลบหนีไป

    นักมวยดังรายนี้ระบุว่า ไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวกับผู้ก่อเหตุมาก่อน และคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากความไม่พอใจในการขับรถบนท้องถนน หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ ก่อนจะเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    “เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง” เป็นนักชกสไตล์ดุดันที่มีผลงานผ่านเวทีมวยชื่อดังหลายแห่ง รวมถึงรายการระดับโลกอย่าง ONE Championship (ONE ลุมพินี)

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451813
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11946
    นักมวยดัง "เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง" ถูกชายฉกรรจ์ 2 คนรุมทำร้ายกลางถนนเชียงใหม่ คาดปมขับรถ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายอนุชา ไพศาลพนา อายุ 27 ปี หรือที่รู้จักกันในวงการมวยในชื่อ “เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง” นักมวยไทยชื่อดังชาวเชียงใหม่ สังกัดค่ายมวย Bear Fight Club ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 หลังถูกชายฉกรรจ์ 2 คนรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บมีแผลแตกบริเวณใบหน้า นายอนุชาให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถยนต์มาตามถนนใกล้จุดกลับรถใกล้โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้มีรถยนต์อีกคันขับแซงขึ้นมาปาดหน้า จากนั้นชายฉกรรจ์ 2 คนได้ลงจากรถมารุมทำร้ายร่างกายตนเอง ก่อนจะพากันหลบหนีไป นักมวยดังรายนี้ระบุว่า ไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวกับผู้ก่อเหตุมาก่อน และคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากความไม่พอใจในการขับรถบนท้องถนน หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ ก่อนจะเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป “เงาพยัคฆ์ แอ๊ดสันป่าตอง” เป็นนักชกสไตล์ดุดันที่มีผลงานผ่านเวทีมวยชื่อดังหลายแห่ง รวมถึงรายการระดับโลกอย่าง ONE Championship (ONE ลุมพินี) เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — ภูมิภาค | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — ภูมิภาค https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10451813 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11946
    0 Kommentare 0 Geteilt 118 Ansichten 0 Bewertungen