• การจราจรแยกแม่คาว เชียงใหม่ เช้านี้ยังไม่หนาแน่น คาดโรงเรียนยังไม่เปิดเทอม (คลิป)

    เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 69 เวลา 07.30 น. บรรยากาศการจราจรบริเวณแยกแม่คาว มุ่งหน้าแยกศาลเด็ก ในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ารถยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงเปิดเทอม คาดว่าบางโรงเรียนอาจยังไม่เปิดภาคเรียน

    เครดิตภาพประกอบ: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ https://www.facebook.com/reel/1389814166278817
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา
    เครดิตคลิป: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11796
    การจราจรแยกแม่คาว เชียงใหม่ เช้านี้ยังไม่หนาแน่น คาดโรงเรียนยังไม่เปิดเทอม (คลิป) เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 69 เวลา 07.30 น. บรรยากาศการจราจรบริเวณแยกแม่คาว มุ่งหน้าแยกศาลเด็ก ในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ารถยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงเปิดเทอม คาดว่าบางโรงเรียนอาจยังไม่เปิดภาคเรียน เครดิตภาพประกอบ: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ https://www.facebook.com/reel/1389814166278817 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา เครดิตคลิป: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11796
    0 Comments 0 Shares 120 Views 1 0 Reviews
  • หนุ่มขับรถส่งหมูชนท้ายรถลำไยที่จอมทอง เชียงใหม่ สารภาพก้มดูมือถือขณะขับรถ

    เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถชนกันเสียงดังสนั่นบริเวณแยกไฟแดงเทศบาลตำบลสบเตี๊ยะขาล่อง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต้องตื่นขึ้นมาดูเหตุการณ์

    ที่เกิดเหตุพบรถกระบะตู้ทึบบรรทุกเนื้อหมูของบริษัทแห่งหนึ่งพลิกตะแคงอยู่ สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายยับเยิน โดยมีชายคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและสามารถมุดตัวออกมาจากรถได้ ใกล้กันพบรถกระบะอีกคันที่บรรทุกลำไยจอดอยู่ สภาพด้านหน้าจ่อติดกับเสาไฟฟ้าแรงสูง และมีลำไยจำนวนมากร่วงกระเด็นเกลื่อนถนน

    เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลสบเตี๊ยะพร้อมรถน้ำได้เข้าอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และใช้น้ำฉีดทำความสะอาดลำไยที่ตกอยู่บนพื้นถนน เพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

    จากการสอบสวนเบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.จอมทอง ได้สอบปากคำชายคนขับรถบรรทุกเนื้อหมู ซึ่งยอมรับว่าขณะขับรถได้ก้มลงดูเวลาจากโทรศัพท์มือถือเพียงชั่วครู่ ทำให้รถพุ่งชนท้ายรถกระบะบรรทุกลำไยที่จอดติดไฟแดงอย่างแรง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียดต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10444941
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11798
    หนุ่มขับรถส่งหมูชนท้ายรถลำไยที่จอมทอง เชียงใหม่ สารภาพก้มดูมือถือขณะขับรถ เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถชนกันเสียงดังสนั่นบริเวณแยกไฟแดงเทศบาลตำบลสบเตี๊ยะขาล่อง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต้องตื่นขึ้นมาดูเหตุการณ์ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะตู้ทึบบรรทุกเนื้อหมูของบริษัทแห่งหนึ่งพลิกตะแคงอยู่ สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายยับเยิน โดยมีชายคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและสามารถมุดตัวออกมาจากรถได้ ใกล้กันพบรถกระบะอีกคันที่บรรทุกลำไยจอดอยู่ สภาพด้านหน้าจ่อติดกับเสาไฟฟ้าแรงสูง และมีลำไยจำนวนมากร่วงกระเด็นเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลสบเตี๊ยะพร้อมรถน้ำได้เข้าอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และใช้น้ำฉีดทำความสะอาดลำไยที่ตกอยู่บนพื้นถนน เพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน จากการสอบสวนเบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.จอมทอง ได้สอบปากคำชายคนขับรถบรรทุกเนื้อหมู ซึ่งยอมรับว่าขณะขับรถได้ก้มลงดูเวลาจากโทรศัพท์มือถือเพียงชั่วครู่ ทำให้รถพุ่งชนท้ายรถกระบะบรรทุกลำไยที่จอดติดไฟแดงอย่างแรง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียดต่อไป เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10444941 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11798
    0 Comments 0 Shares 139 Views 0 Reviews
  • รวบหนุ่มแม่สะเรียงสมอ้างเป็น “พ่อทิพย์” แจ้งเกิดเด็กเท็จ 3 ราย แลกค่าจ้าง 2,000 บาท

    เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เข้าจับกุมนายเอ อายุ 30 ปี ชาวตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง หลังได้รับแจ้งเบาะแสและตรวจสอบพบว่า นายเอได้สมอ้างเป็นบิดาของเด็กที่เกิดจากมารดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เพื่อให้เด็กได้รับการบันทึกรายการทางทะเบียนเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ ซึ่งเป็นการทุจริตทางทะเบียน

    จากการตรวจสอบพบว่านายเอมีประวัติการแจ้งเกิดโดยระบุเป็นบิดาของเด็กถึง 3 คน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเด็กไม่ใช่บุตรของตนจริง และได้รับค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 รวมถึง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร มาตรา 50 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สะเรียง เพื่อดำเนินคดี

    นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้สั่งการให้ขยายผลการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาผู้ร่วมกระทำความผิด และให้สำนักทะเบียนอำเภอแม่สะเรียงตรวจสอบเอกสารและรายการแจ้งเกิดย้อนหลังของเด็กที่มีมารดาเป็นบุคคลต่างด้าวหรือไม่มีสัญชาติไทย เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลและตรวจหาความผิดปกติทางทะเบียนต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000101608
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11801
    รวบหนุ่มแม่สะเรียงสมอ้างเป็น “พ่อทิพย์” แจ้งเกิดเด็กเท็จ 3 ราย แลกค่าจ้าง 2,000 บาท เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เข้าจับกุมนายเอ อายุ 30 ปี ชาวตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง หลังได้รับแจ้งเบาะแสและตรวจสอบพบว่า นายเอได้สมอ้างเป็นบิดาของเด็กที่เกิดจากมารดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เพื่อให้เด็กได้รับการบันทึกรายการทางทะเบียนเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ ซึ่งเป็นการทุจริตทางทะเบียน จากการตรวจสอบพบว่านายเอมีประวัติการแจ้งเกิดโดยระบุเป็นบิดาของเด็กถึง 3 คน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเด็กไม่ใช่บุตรของตนจริง และได้รับค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 รวมถึง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร มาตรา 50 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สะเรียง เพื่อดำเนินคดี นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้สั่งการให้ขยายผลการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาผู้ร่วมกระทำความผิด และให้สำนักทะเบียนอำเภอแม่สะเรียงตรวจสอบเอกสารและรายการแจ้งเกิดย้อนหลังของเด็กที่มีมารดาเป็นบุคคลต่างด้าวหรือไม่มีสัญชาติไทย เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลและตรวจหาความผิดปกติทางทะเบียนต่อไป เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000101608 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11801
    0 Comments 0 Shares 139 Views 0 Reviews
  • แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ติดตั้งถังจราจรยักษ์พร้อมไฟกะพริบตลอดสายถนนสันกำแพง-เชียงใหม่ ลดอุบัติเหตุรถชนต้นไม้

    แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กรมทางหลวง ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุรถชนต้นจามจุรีหรือต้นฉำฉา บนถนนสายวัฒนธรรมสันกำแพง-เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงทรัพย์สินเสียหายมาโดยตลอด

    ก่อนหน้านี้ แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการนำถังยางมะตอยเก่ามาทาสีเพื่อเป็นจุดสังเกต แต่ล่าสุด กรมทางหลวงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อติดตั้งถังจราจรขนาดใหญ่ที่โคนต้นจามจุรี พร้อมติดตั้งไฟกิ่งและไฟกะพริบตลอดแนวถนน

    การดำเนินการดังกล่าวได้รับคำชื่นชมจากประชาชนผู้ใช้เส้นทาง เนื่องจากช่วยลดอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ถนนสายนี้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หมวดทางหลวงอำเภอสันกำแพงยังได้พัฒนาและทำความสะอาดถนนตลอดสายจนเป็นที่น่าพอใจ

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10445632
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11803
    แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ติดตั้งถังจราจรยักษ์พร้อมไฟกะพริบตลอดสายถนนสันกำแพง-เชียงใหม่ ลดอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กรมทางหลวง ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุรถชนต้นจามจุรีหรือต้นฉำฉา บนถนนสายวัฒนธรรมสันกำแพง-เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงทรัพย์สินเสียหายมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการนำถังยางมะตอยเก่ามาทาสีเพื่อเป็นจุดสังเกต แต่ล่าสุด กรมทางหลวงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อติดตั้งถังจราจรขนาดใหญ่ที่โคนต้นจามจุรี พร้อมติดตั้งไฟกิ่งและไฟกะพริบตลอดแนวถนน การดำเนินการดังกล่าวได้รับคำชื่นชมจากประชาชนผู้ใช้เส้นทาง เนื่องจากช่วยลดอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ถนนสายนี้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หมวดทางหลวงอำเภอสันกำแพงยังได้พัฒนาและทำความสะอาดถนนตลอดสายจนเป็นที่น่าพอใจ เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10445632 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11803
    0 Comments 0 Shares 149 Views 0 Reviews
  • เชียงใหม่ประชุมขับเคลื่อนมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและจัดการความเสี่ยงต้นยางนา หลังพบต้นยืนต้นตายและเสี่ยงหลุดร่วง

    เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ณ เทศบาลตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อติดตามและประเมินผลมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและจัดการความเสี่ยงจากต้นยางนา โดยมีผู้แทนส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม

    ที่ประชุมได้รายงานผลการอนุรักษ์และบริหารจัดการต้นยางนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่และเทศบาลในพื้นที่ 6 แห่ง ประจำปีงบประมาณ 2569 พร้อมวางแผนต่อเนื่องในปี 2570 เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาภูมิทัศน์

    นอกจากนี้ ยังได้ทบทวนกรณีต้นยางนาหมายเลข 685 บริเวณบ้านกองทราย ตำบลหนองผึ้ง ซึ่งแม้ได้รับการฟื้นฟูตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 แต่กลับยืนต้นแห้งตายในเดือนตุลาคม และมีแผ่นเปลือกไม้ขนาดใหญ่เสี่ยงหลุดร่วง คณะทำงานจึงจำเป็นต้องโค่นลดทอนลำต้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้สัญจร

    ที่ประชุมยังย้ำเตือนถึงหลักเกณฑ์การตัดโค่นต้นยางนาที่ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธาน แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนที่เสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน หน่วยงานในพื้นที่มีอำนาจดำเนินการได้ทันที โดยต้องจัดทำบันทึกและถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานอย่างครบถ้วน

    เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/553060
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11812
    เชียงใหม่ประชุมขับเคลื่อนมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและจัดการความเสี่ยงต้นยางนา หลังพบต้นยืนต้นตายและเสี่ยงหลุดร่วง เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ณ เทศบาลตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อติดตามและประเมินผลมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและจัดการความเสี่ยงจากต้นยางนา โดยมีผู้แทนส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม ที่ประชุมได้รายงานผลการอนุรักษ์และบริหารจัดการต้นยางนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่และเทศบาลในพื้นที่ 6 แห่ง ประจำปีงบประมาณ 2569 พร้อมวางแผนต่อเนื่องในปี 2570 เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาภูมิทัศน์ นอกจากนี้ ยังได้ทบทวนกรณีต้นยางนาหมายเลข 685 บริเวณบ้านกองทราย ตำบลหนองผึ้ง ซึ่งแม้ได้รับการฟื้นฟูตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 แต่กลับยืนต้นแห้งตายในเดือนตุลาคม และมีแผ่นเปลือกไม้ขนาดใหญ่เสี่ยงหลุดร่วง คณะทำงานจึงจำเป็นต้องโค่นลดทอนลำต้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้สัญจร ที่ประชุมยังย้ำเตือนถึงหลักเกณฑ์การตัดโค่นต้นยางนาที่ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธาน แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนที่เสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน หน่วยงานในพื้นที่มีอำนาจดำเนินการได้ทันที โดยต้องจัดทำบันทึกและถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานอย่างครบถ้วน เครดิตภาพประกอบ: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/553060 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11812
    0 Comments 0 Shares 139 Views 0 Reviews
  • จับ 'พ่อทิพย์' คาอำเภอแม่สะเรียง รับจ้างแจ้งเกิดสวมสิทธิบุตรต่างด้าว 3 ราย ได้ค่าจ้าง 2,000 บาทต่อครั้ง

    เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ปลัดฝ่ายปกครองอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ภายในสำนักทะเบียนอำเภอแม่สะเรียง หลังพบว่านายเอได้แจ้งเป็นบิดาเท็จให้กับเด็กที่เกิดจากหญิงชาวต่างด้าวที่ไม่มีสัญชาติไทย โดยที่เขาไม่ใช่บิดาที่แท้จริง การกระทำดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ

    จากการสอบสวน ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าตนเองได้รับว่าจ้างจากครอบครัวชาวต่างด้าวเป็นเงิน 2,000 บาท เพื่อสวมรอยเป็นบิดาของเด็ก จากการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมพบว่า นายเอเคยแจ้งเกิดเป็นบิดาให้กับบุตรชาวต่างด้าวในลักษณะเดียวกันมาแล้วถึง 3 ราย โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท

    เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนัก 3 ข้อหา ได้แก่ แจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน, แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จลงในเอกสารราชการ และความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สะเรียง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    นายอำเภอแม่สะเรียงได้สั่งการให้ขยายผลการสอบสวนเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการและผู้ว่าจ้าง รวมถึงให้ตรวจสอบการแจ้งเกิดย้อนหลังทั้งหมดที่มีมารดาเป็นต่างด้าวและบิดาเป็นคนไทย หรือในทางกลับกัน เพื่อกวาดล้างการสวมสิทธิและรักษาความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร

    เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10445909
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11814
    จับ 'พ่อทิพย์' คาอำเภอแม่สะเรียง รับจ้างแจ้งเกิดสวมสิทธิบุตรต่างด้าว 3 ราย ได้ค่าจ้าง 2,000 บาทต่อครั้ง เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ปลัดฝ่ายปกครองอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ภายในสำนักทะเบียนอำเภอแม่สะเรียง หลังพบว่านายเอได้แจ้งเป็นบิดาเท็จให้กับเด็กที่เกิดจากหญิงชาวต่างด้าวที่ไม่มีสัญชาติไทย โดยที่เขาไม่ใช่บิดาที่แท้จริง การกระทำดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ จากการสอบสวน ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าตนเองได้รับว่าจ้างจากครอบครัวชาวต่างด้าวเป็นเงิน 2,000 บาท เพื่อสวมรอยเป็นบิดาของเด็ก จากการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมพบว่า นายเอเคยแจ้งเกิดเป็นบิดาให้กับบุตรชาวต่างด้าวในลักษณะเดียวกันมาแล้วถึง 3 ราย โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนัก 3 ข้อหา ได้แก่ แจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน, แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จลงในเอกสารราชการ และความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สะเรียง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นายอำเภอแม่สะเรียงได้สั่งการให้ขยายผลการสอบสวนเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการและผู้ว่าจ้าง รวมถึงให้ตรวจสอบการแจ้งเกิดย้อนหลังทั้งหมดที่มีมารดาเป็นต่างด้าวและบิดาเป็นคนไทย หรือในทางกลับกัน เพื่อกวาดล้างการสวมสิทธิและรักษาความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร เครดิตภาพประกอบ: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: ข่าวสด — คัดข่าวล้านนา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10445909 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11814
    0 Comments 0 Shares 147 Views 0 Reviews
  • ตำรวจภาค 6 ทลายแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ผ่าน TikTok ค้นเชียงใหม่-เชียงราย รวบ 4 ผู้ต้องหา ยึดทรัพย์กว่า 6.6 ล้านบาท

    ตำรวจภูธรภาค 6 เข้าตรวจค้น 5 จุดในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และตาก เพื่อทลายเครือข่ายแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ผ่าน TikTok อ้างลงทุน "ทีเอฟผลไม้ไทย" โดยชักชวนให้ทำงานโปรโมตสินค้าและหลอกให้โอนเงินเพื่อซื้อตำแหน่งหรือร่วมลงทุน ซึ่งช่วงแรกมีการจ่ายผลตอบแทนจริง ก่อนจะปิดระบบและตัดการติดต่อเมื่อผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มขึ้น คดีนี้เชื่อมโยงกับผู้เสียหายกว่า 270 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 25 ล้านบาท

    จากการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย และอยู่ระหว่างติดตามอีก 2 ราย เบื้องต้นแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน กู้ยืมเงินฉ้อโกง ฟอกเงิน และนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน อาทิ รถยนต์หรู 4 คัน โฉนดที่ดิน 5 ฉบับ สินค้าแบรนด์เนม โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร และอายัดสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) มูลค่ากว่า 6.6 ล้านบาท

    พล.ต.ท.วรวัฒน์ มะลิ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เตือนประชาชนให้ระวังการลงทุนออนไลน์ที่อ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ และควรเก็บหลักฐานเพื่อแจ้งความหากพบปัญหา.

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000101910
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11821
    ตำรวจภาค 6 ทลายแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ผ่าน TikTok ค้นเชียงใหม่-เชียงราย รวบ 4 ผู้ต้องหา ยึดทรัพย์กว่า 6.6 ล้านบาท ตำรวจภูธรภาค 6 เข้าตรวจค้น 5 จุดในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และตาก เพื่อทลายเครือข่ายแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ผ่าน TikTok อ้างลงทุน "ทีเอฟผลไม้ไทย" โดยชักชวนให้ทำงานโปรโมตสินค้าและหลอกให้โอนเงินเพื่อซื้อตำแหน่งหรือร่วมลงทุน ซึ่งช่วงแรกมีการจ่ายผลตอบแทนจริง ก่อนจะปิดระบบและตัดการติดต่อเมื่อผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มขึ้น คดีนี้เชื่อมโยงกับผู้เสียหายกว่า 270 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 25 ล้านบาท จากการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย และอยู่ระหว่างติดตามอีก 2 ราย เบื้องต้นแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน กู้ยืมเงินฉ้อโกง ฟอกเงิน และนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน อาทิ รถยนต์หรู 4 คัน โฉนดที่ดิน 5 ฉบับ สินค้าแบรนด์เนม โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร และอายัดสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) มูลค่ากว่า 6.6 ล้านบาท พล.ต.ท.วรวัฒน์ มะลิ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เตือนประชาชนให้ระวังการลงทุนออนไลน์ที่อ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ และควรเก็บหลักฐานเพื่อแจ้งความหากพบปัญหา. เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000101910 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11821
    0 Comments 0 Shares 140 Views 0 Reviews
  • สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดตัว "Zoo Junior" ชวนชมความน่ารักลูกยีราฟและคาปิบารา พร้อมกิจกรรมพิเศษช่วงวันหยุดยาว

    สวนสัตว์เชียงใหม่ได้เปิดตัวกิจกรรม "Zoo Junior แก๊งจิ๋วหัวใจฟู" เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวและครอบครัวมาสัมผัสความน่ารักของสมาชิกสัตว์เกิดใหม่ โดยเฉพาะลูกยีราฟและลูกคาปิบารา พร้อมกิจกรรมพิเศษในช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 23-26 ตุลาคม 2569

    นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้นำชมและร่วมกิจกรรมป้อนอาหารสัตว์ เพื่อสร้างสีสันและความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว โดยกิจกรรมนี้มีการจัดแสดงสัตว์ 5 ชนิด รวมถึงกระต่าย นกแก้วซันคอนัวร์ และแพะแคระ ที่ส่วนจัดแสดงมินิซู

    นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวสมาชิกใหม่อีก 2 ชนิด ได้แก่ ลูกยีราฟที่เกิดเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 จากพ่อ "ต้นคูน" และแม่ "ดาว" ซึ่งมีสุขภาพแข็งแรงดี และลูกคาปิบาราอีก 2 ตัว ที่เข้ามาเพิ่มความน่ารักให้กับครอบครัวคาปิบารา นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมได้ที่ส่วนจัดแสดงแอฟริกาและส่วนจัดแสดงคาปิบาราตามลำดับ

    นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมป้อนอาหารคาปิบาราได้ทุกวัน และกิจกรรมเกาพุงคาปิบาราในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเพลิดเพลินกับแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมอื่น ๆ ที่หลากหลาย เช่น SnowBuddy Winter Land, Dino Island และเชียงใหม่ ซู อควาเรียม รวมถึงแพ็กเกจพิเศษ "ZOO EXCLUSIVE" เพื่อเติมเต็มช่วงวันหยุดด้วยความสุขและประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์อย่างใกล้ชิด

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000101943
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11824
    สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดตัว "Zoo Junior" ชวนชมความน่ารักลูกยีราฟและคาปิบารา พร้อมกิจกรรมพิเศษช่วงวันหยุดยาว สวนสัตว์เชียงใหม่ได้เปิดตัวกิจกรรม "Zoo Junior แก๊งจิ๋วหัวใจฟู" เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวและครอบครัวมาสัมผัสความน่ารักของสมาชิกสัตว์เกิดใหม่ โดยเฉพาะลูกยีราฟและลูกคาปิบารา พร้อมกิจกรรมพิเศษในช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 23-26 ตุลาคม 2569 นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้นำชมและร่วมกิจกรรมป้อนอาหารสัตว์ เพื่อสร้างสีสันและความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว โดยกิจกรรมนี้มีการจัดแสดงสัตว์ 5 ชนิด รวมถึงกระต่าย นกแก้วซันคอนัวร์ และแพะแคระ ที่ส่วนจัดแสดงมินิซู นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวสมาชิกใหม่อีก 2 ชนิด ได้แก่ ลูกยีราฟที่เกิดเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 จากพ่อ "ต้นคูน" และแม่ "ดาว" ซึ่งมีสุขภาพแข็งแรงดี และลูกคาปิบาราอีก 2 ตัว ที่เข้ามาเพิ่มความน่ารักให้กับครอบครัวคาปิบารา นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมได้ที่ส่วนจัดแสดงแอฟริกาและส่วนจัดแสดงคาปิบาราตามลำดับ นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมป้อนอาหารคาปิบาราได้ทุกวัน และกิจกรรมเกาพุงคาปิบาราในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเพลิดเพลินกับแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมอื่น ๆ ที่หลากหลาย เช่น SnowBuddy Winter Land, Dino Island และเชียงใหม่ ซู อควาเรียม รวมถึงแพ็กเกจพิเศษ "ZOO EXCLUSIVE" เพื่อเติมเต็มช่วงวันหยุดด้วยความสุขและประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์อย่างใกล้ชิด เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000101943 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11824
    0 Comments 0 Shares 124 Views 0 Reviews
  • ทหารพรานสาดกระสุนสนั่นชายแดนแม่อายทั้งคืน วิสามัญคาราวานขนฝิ่นดับอีกศพ-รอยเลือดข้ามพรมแดนซ้ำ

    ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง ปะทะกับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณชายแดนอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดทั้งคืนวันที่ 21 ตุลาคมต่อเนื่องถึงรุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม หลังได้รับแจ้งเบาะแสการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเมียนมาเข้าสู่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังลาดตระเวนในพื้นที่บ้านนามะอื้น ตำบลมะลิกา ห่างจากชายแดนประมาณ 500 เมตร

    เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ทหารพรานพบกลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 20 คน แบกสัมภาระเดินมาเป็นขบวน จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจค้น แต่กลุ่มคนดังกล่าวกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการปะทะกันนานหลายนาที ทหารพรานได้เข้าควบคุมพื้นที่ไว้ตลอดทั้งคืน และมีการยิงปะทะกันเป็นระยะ เนื่องจากพื้นที่ติดแนวชายแดนเมียนมา

    รุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม เมื่อฟ้าเปิด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบศพสมาชิกขบวนการขนยาเสพติด 1 ศพ และมีรอยเลือดเป็นทางยาว คาดว่ากลุ่มขบวนการอาจนำศพอื่นข้ามพรมแดนไปแล้ว นอกจากนี้ยังพบเป้ดัดแปลง 5 ใบ ภายในบรรจุฝิ่นดิบรวมประมาณ 102.4 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000102070
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11826
    ทหารพรานสาดกระสุนสนั่นชายแดนแม่อายทั้งคืน วิสามัญคาราวานขนฝิ่นดับอีกศพ-รอยเลือดข้ามพรมแดนซ้ำ ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง ปะทะกับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณชายแดนอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดทั้งคืนวันที่ 21 ตุลาคมต่อเนื่องถึงรุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม หลังได้รับแจ้งเบาะแสการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเมียนมาเข้าสู่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังลาดตระเวนในพื้นที่บ้านนามะอื้น ตำบลมะลิกา ห่างจากชายแดนประมาณ 500 เมตร เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ทหารพรานพบกลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 20 คน แบกสัมภาระเดินมาเป็นขบวน จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจค้น แต่กลุ่มคนดังกล่าวกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการปะทะกันนานหลายนาที ทหารพรานได้เข้าควบคุมพื้นที่ไว้ตลอดทั้งคืน และมีการยิงปะทะกันเป็นระยะ เนื่องจากพื้นที่ติดแนวชายแดนเมียนมา รุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม เมื่อฟ้าเปิด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบศพสมาชิกขบวนการขนยาเสพติด 1 ศพ และมีรอยเลือดเป็นทางยาว คาดว่ากลุ่มขบวนการอาจนำศพอื่นข้ามพรมแดนไปแล้ว นอกจากนี้ยังพบเป้ดัดแปลง 5 ใบ ภายในบรรจุฝิ่นดิบรวมประมาณ 102.4 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000102070 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11826
    0 Comments 0 Shares 135 Views 0 Reviews
  • ดร.ดอยธิเบศร์ ตัดสัมพันธ์มูลนิธิกู้ภัยฯเชียงราย ชี้พิรุธการเงิน จี้สอบย้อนหลัง 10 ปี

    ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี บุตรชายของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์และการสนับสนุนทั้งหมดกับมูลนิธิกู้ภัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากที่ได้ร่วมงานและให้การสนับสนุนมานานเกือบสองทศวรรษ โดยให้เหตุผลว่าพบพิรุธในการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิที่ไม่โปร่งใส

    ดร.ดอยธิเบศร์ ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งในมูลนิธิฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้ามาตรวจสอบบัญชีและเอกสารทางการเงินของมูลนิธิย้อนหลัง 10 ปี เนื่องจากพบข้อมูลและรายการทางการเงินที่น่าสงสัยว่ากรรมการผู้มีอำนาจบางรายอาจเบิกถอนเงินจำนวนมากไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่มีการชี้แจง

    นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ภาพผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะเด็ก เพื่อการระดมทุน และขอให้มูลนิธิฯ หยุดนำชื่อ ภาพถ่าย หรือชื่อเสียงของตนและพิพิธภัณฑ์บ้านดำไปใช้ในการระดมทุนหรือการบริจาค หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมาย

    ดร.ดอยธิเบศร์ ยืนยันว่าเจตนาของตนไม่ใช่การกล่าวโทษมูลนิธิทั้งองค์กร แต่เป็นการรักษาหลักธรรมาภิบาล ปกป้องผู้ปฏิบัติงานโดยสุจริต และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานสาธารณกุศล โดยยังคงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยทุกคน

    เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา
    ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000102084
    เรียบเรียง: CM77 ล้านนา

    อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11828
    ดร.ดอยธิเบศร์ ตัดสัมพันธ์มูลนิธิกู้ภัยฯเชียงราย ชี้พิรุธการเงิน จี้สอบย้อนหลัง 10 ปี ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี บุตรชายของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์และการสนับสนุนทั้งหมดกับมูลนิธิกู้ภัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากที่ได้ร่วมงานและให้การสนับสนุนมานานเกือบสองทศวรรษ โดยให้เหตุผลว่าพบพิรุธในการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิที่ไม่โปร่งใส ดร.ดอยธิเบศร์ ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งในมูลนิธิฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้ามาตรวจสอบบัญชีและเอกสารทางการเงินของมูลนิธิย้อนหลัง 10 ปี เนื่องจากพบข้อมูลและรายการทางการเงินที่น่าสงสัยว่ากรรมการผู้มีอำนาจบางรายอาจเบิกถอนเงินจำนวนมากไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่มีการชี้แจง นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ภาพผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะเด็ก เพื่อการระดมทุน และขอให้มูลนิธิฯ หยุดนำชื่อ ภาพถ่าย หรือชื่อเสียงของตนและพิพิธภัณฑ์บ้านดำไปใช้ในการระดมทุนหรือการบริจาค หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมาย ดร.ดอยธิเบศร์ ยืนยันว่าเจตนาของตนไม่ใช่การกล่าวโทษมูลนิธิทั้งองค์กร แต่เป็นการรักษาหลักธรรมาภิบาล ปกป้องผู้ปฏิบัติงานโดยสุจริต และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานสาธารณกุศล โดยยังคงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยทุกคน เครดิตภาพประกอบ: manageronline | จัดภาพ: CM77 ล้านนา ที่มา: manageronline https://mgronline.com/local/detail/9690000102084 เรียบเรียง: CM77 ล้านนา อ่านข่าวต้นฉบับ: https://www.cm77.com/cm77news/11828
    0 Comments 0 Shares 143 Views 0 Reviews